ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ทุกตำแหน่ง ล่าสุด
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ทุกตำแหน่ง ล่าสุด

อ้างอิง: ดันกระทู้ โดย admin เมื่อเวลา(2015-10-23)
เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกเป็นลูกจ้างชั่วคราว สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จำนวน 23 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม - 13 พฤศจิกายน 2558

ประกาศสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เรื่อง รับสมัครคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน (ครั้งที่ 2/2558)

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
1. ตำแหน่ง เศรษฐกร
อัตราเงินเดือน 17500 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 15 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในประเทศหรือต่างประเทศ ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาวิทยาการประกันภัย

2. ตำแหน่ง เศรษฐกร
อัตราเงินเดือน 15000 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 8 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ

การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม - 13 พฤศจิกายน 2558 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ http://job.fpo.go.th/

รายละเอียดเพิ่มเติม
ไฟล์ประกาศรับสมัครสอบ

แนวข้อสอบวิชาเศรษฐศาสตร์
1.          พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ไม่ใช่บังคับองค์กรหรือหน่วยราชการตามข้อใด

        ก.  รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

        ข.  การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

        ค.  การดำเนินกิจการทางศาสนา

        ง.  ถูกทุกข้อ


ข้อใดเป็นคำสั่งทางปกครอง

        ก.  คำสั่งของเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมายในการสั่งและมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล

        ข.  การอนุญาตหรือไม่อนุญาตอันก่อให้เกิดสิทธิหรือระงับซึ่งสิทธิของบุคคล

        ค.  การวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่อันมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล

        ง.  ถูกทุกข้อ

3.    คำว่า "กฎ" ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หมายถึงข้อใด

        ก.  พระราชกฤษฎีกา                                       ข.  กฎกระทรวง

        ค.  ประกาศกระทรวง และข้อบังคับท้องถิ่น               ง.  ถูกทุกข้อ

4.    บุคคลตามข้อใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

        ก.  นายกรัฐมนตรี                                          ข.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

        ค.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม                        ง.  อธิบดีกรมการปกครอง

5.    บุคคลตามข้อใดเป็นประธานในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

        ก.  นายกรัฐมนตรี                                         ข.  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

        ค.  ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี                                ง.  บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง

6.    ผู้ดำรงตำแหน่งประธานในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ต้องเป็นบุคคลตามข้อใด

        ก.  เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

       ข.  ต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

        ค.  ต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในทางนิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์    

        ง.  ต้องอายุไม่เกิน 50 ปีบริบูรณ์

7.    ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีการปฏิบัติราชการทางปกครอง กำหนดจำนวนไว้ตามข้อใด

        ก.  ไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน                    ข.  ไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 7 คน

        ค.  ไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 9 คน                    ง.  ไม่น้อยกว่า 7 คน แต่ไม่เกิน 9 คน

8.    บุคคลข้อใดที่ทำตามหน้าที่เลขานุการในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

        ก.  เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

        ข.  เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

        ค.  ข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่งตั้ง

        ง.  ข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง

9.    กรรมการในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระ คราวละกี่ปี

        ก.  2 ปี                ข.  3 ปี                      ค.  4 ปี                       ง.  5 ปี

10.  หน่วยงานที่ทำหน้าที่สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองคือข้อใด

        ก.  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา                        ข.  สำนักงานคณะกรรมการรัฐมนตรี

        ค.  สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน               ง.  กรมการปกครอง

11.  ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

        ก.  สอดส่องดูแลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

        ข.  เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎีกาและการออกกฎกระทรวงหรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้

        ค.  พิจารณาคดีทางการปกครอง

        ง.  จัดทำรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้เสนอนายกรัฐมนตรี

12.  เจ้าหน้าที่ตามข้อใดทำการพิจารณาทางปกครองได้

        ก.  เป็นคู่กรณีในคดี                         ข.  เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้างของคู่กรณี

        ค.  เป็นผู้บังคับบัญชาของคู่กรณี             ง.  เป็นผู้บังคับบัญชาของคู่กรณีในคดี

13.  บุคคลตามข้อใดเป็นคู่กรณีในการพิจารณาปกครองได้

        ก.  บุคคลธรรมดา                       ข.  คณะบุคคล          
        ค.  นิติบุคคล                              ง.  ถูกทุกข้อ

14.  บุคคลตามข้อใดเป็นตัวแทนร่วมของคู่กรณี ในกรณีที่มีคู่กรณีเกิน 50 คนยื่นคำขออย่างเดียวกันได้

        ก.  บุคคลธรรมดา                       ข.  คณะบุคคล                 
        ค.  นิติบุคคล                             ง.  ถูกทุกข้อ

15.  กรณีที่คำขอหรือคำแถลงของคู่กรณีในการพิจารณาทางปกครอง มีข้อบกพร่องอันเกิดจากความไม่รู้ของคู่กรณี เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามข้อใด

        ก.  ให้จำหน่ายเรื่องออกการพิจารณา

        ข.  ให้เจ้าหน้าที่แนะนำให้คู่กรณีแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้อง

        ค.  ให้เจ้าหน้าที่แก้ไขให้ถูกต้อง

        ง.  ให้พิจารณาไปตามข้อเท็จจริงเพียงเท่าที่มีอยู่

16.  ในการพิจารณาทางปกครอง เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้ตามข้อใด

        ก.  สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงตามความเหมาะสม

        ข.  ไม่ผูกพันอยู่กับคำขอของคู่กรณี

        ค.  ไม่ต้องผูกพันกับพยานหลักฐานของคู่กรณี

        ง.  ถูกทุกข้อ

17.  ในการจัดพิจารณาพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามข้อใด

        ก.  แสวงหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง

        ข.  ขอให้ผู้ครอบครองเอกสารส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง

        ค.  ออกไปตรวจสถานที่

        ง.  ถูกทุกข้อ

18.  การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตามข้อใดไม่ถูกต้องในกรณีที่คำสั่งทางการปกครองจะกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี

        ก. เจ้าหน้าที่ให้คู่กรณีมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงและมีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตน

        ข.  เจ้าหน้าที่ไม่ให้โอกาสคู่กรณีทราบข้อเท็จจริงเนื่องจากเป็นมาตรการบังคับทางการปกครอง

        ค.  เจ้าหน้าที่ให้โอกาสคู่กรณีโต้แย้งหลักฐานจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายต่อประโยชน์

        ง. เจ้าหน้าที่ไม่ให้โอกาสคู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริงเนื่องจากจะทำให้เวลาที่กฎหมายกำหนดไว้

19.  คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการโต้แย้งสิทธิหรือชี้แจงหรือป้องกันสิทธิของตนได้ การขอ ดังกล่าวไม่รวมถึงการขอในข้อใด

        ก.  ขอตรวจดูเอกสารต้นร่างคำวินิจฉัย ในขณะที่ยังไม่ได้ทำคำสั่งทางปกครอง

        ข.  ขอสำเนาเอกสารที่เป็นพยานหลักฐานทั้งหมด

        ค.  ขอดูหลักฐานที่เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้

        ง.  มีสิทธิขอดูได้ทุกกรณี

20.  รูปแบบคำสั่งทางการปกครองในข้อใดไม่ถูกต้อง

        ก.  ทำเป็นหนังสือ

        ข.  เป็นคำสั่งด้วยวาจาก็ได้

        ค.  สั่งทางจดหมายอิเล็คทรอนิกส์

        ง.  คำสั่งทางปกครองอาจใช้รูปแบบได้ทั้งข้อ ก , ข และข้อ ค

21.  ในกรณีคำสั่งทางปกครองเป็นคำสั่งด้วยวาจา ถ้าผู้รับสั่งร้องขอภายในกี่วันนับแต่วันมีคำสั่งเจ้าหน้าที่ต้องยืนยันคำสั่งนั้นเป็นหนังสือ

        ก.  3 วัน                                 ข.  5 วัน                                     
        ค.  7 วัน                                 ง.  15 วัน

22.  เหตุผลที่ต้องจัดให้มีไว้ในคำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือ คือข้อใด

        ก.  ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ

        ข.  กฎหมายที่ใช้อ้างอิง

        ค.  ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลยพินิจ

        ง.  ต้องมีเหตุผลทั้งในข้อ ก ข และ ค

23.  ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง

        ก.  ให้คู่กรณีอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองต่อเจ้าหน้าที่ทำคำสั่งภายใน15วันนับวันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

        ข.  การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองสามารถอุทธรณ์ด้วยวาจาได้

        ค.  การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง

        ง.  เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งผู้อุทธรณ์ภายในไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับการอุทธรณ์

24.  ในการพิจารณาอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่มีอำนาจพิจารณาในประเด็นตามข้อใด

        ก.  พิจารณาในประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง

        ข.   พิจารณาประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย

        ค.  พิจารณาความเหมาะสมของการทำคำสั่งทางการปกครอง

        ง.  ถูกทุกข้อ

25.  การเพิกถอนคำสั่งทางการปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทำภายในกี่วันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุ

        ที่จะให้เพิกถอนคำสั่งทางการปกครองนั้น

        ก.  30 วัน                      ข.    60 วัน          
        ค.  90 วัน                      ง.  120 วัน


จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ตำแหน่ง เศรษฐกรปฏิบัติการ ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

เศรษฐกร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
1 ความรู้เกี่ยวกับ- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
2 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเงินการคลัง
3 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาเศรษฐศาสตร์
4 แนวข้อสอบเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหาภาค
5 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน _AEC_ ด้านเศรษฐกิจ
6 เศรษฐกิจการเงิน การคำนวณ GDP
7 แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการเงินและการงานคลัง
8 แนวข้อสอบระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ _GFMIS
9 แนวข้อสอบหลักการและนโยบายบัญชี สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ฉบับที่ 2
10 แนวข้อสอบเก่าเศรษฐกร อัตนัย
11 เทคนิคการสอบสัมภาษณ์

++อัพเดทตามประกาศสอบ ครบทุกเนื้อหา เน้นๆ!! 
ทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมไว้ให้เเล้ว รวมสาระสำคัญ+แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 


>>เเนวข้อสอบเก่าที่นี่ จะกระชับเวลาในการอ่านหนังสือ 
>>หนังสือและไฟล์เตรียมสอบทำเล่มต่อเล่ม มั่นใจได้ว่าอัพเดทแน่นอน
>>ไม่ต้องอ่านเเบบเดาสุ่มอีกต่อไป เล่มเดียวรวมสอบครบ
>>หนังสือปริ้นเข้าปกกันน้ำ ใช้กระดาษ 70 แกรม ไม่ยุ่ยง่าย ไม่มีฝุ่น 
>>จะอ่านหนังสือเป็นกองๆ ทำไมในเมื่อมีสรุปรวมเเนวข้อสอบเก่า


++แม่นๆ ชัวร์!!! ++แนวข้อสอบ สรุปรวมเเนวข้อสอบเก่า
กระชับเวลาในการอ่าน ไฟล์ pdf คู่มือเตรียมสอบ
มั่นใจได้ว่า อัพเดท! แน่นอน ไม่ต้องอ่านเเบบเดาสุ่มอีกต่อไป 
e-book รวมข้อสอบครบถ้วน จะอ่านหนังสือเป็นกองๆ ทำไม 
ในเมื่อ มีสรุปรวมเเนวข้อสอบเก่า ครบที่สุดในเมืองไทย


แนวข้อสอบ เเบ่งออกเป็น 2 เเบบ
1. ไฟล์ E-Book (pdf) ราคา 399 บาท
ส่งทางอีเมลล์ (รอรับได้ไม่เกิน 3 ชม.)
2. หนังสือ ราคา 699 บาท รวมจัดส่ง EMS 
( รอรับได้ ไม่เกิน 3-4 วัน ทั่วประเทศ)


ธนาคารกสิกรไทย 748-266-1860 
ออมทรัพย์ สาขาเซ็นทรัลพระราม3  
ชื่อบัญชี พิสิทธิ์ชัย กิมชัย


สั่งซื้อมาที่/สอบถามมาที่
โทร 083-0674168
LineID : 0830674168

E-mai : lek.pisi@hotmail.com

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
1. สาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดวิชา “เศรษฐศาสตร์” ขึ้น คือ
ก. ความวิตกกังวลว่าทรัพยากรจะหมดไปจากโลก เมื่อได้มีการนำมาใช้ผลิตสินค้าและบริการ
ข. ความไม่เพียงพอของทรัพยากรที่จะใช้ผลิตสินค้าและบริการสนองความต้องการของมนุษย์
ค. ความปรารถนาที่จะขจัดความยากจนให้หมดไปจากโลก
ง. ความมีคุณธรรมของประเทศที่ก้าวหน้าแล้วมุ่งจะช่วยประเทศกำลังพัฒนา
2. “เศรษฐศาสตร์จุลภาค” เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ
ก. การกำหนดราคาสินค้าและบริการในตลาดสินค้าและบริการ
ข. การกำหนดราคาปัจจัยการผลิตในตลาดปัจจัยผลิต
ค. การจัดสรรทรัพยากรจำนวนขาดแคลนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ง. ถูกทุกข้อ
3. ปัจจัยการผลิต (Factors of Production) ได้แก่
ก. ทุน แรงงาน ผู้ประกอบการ และที่ดิน ข. ที่ดิน ทุน แรงงาน และผู้ประกอบการ
ค. ผู้ประกอบการ ทุน ที่ดิน และแรงงาน ง. แรงงาน ที่ดิน ทุน และผู้ประกอบการ
4. ปัญหาความขาดแคลนที่ปรากฏอยู่ในระบบเศรษฐกิจ มีสาเหตุพื้นฐานมาจาก
ก. ทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจมีจำนวนจำกัด แต่ความต้องการของมนุษย์มีไม่จำกัด
ข. การใช้ทรัพยากรของระบบเศรษฐกิจ เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
ค. การใช้ทรัพยากรของระบบเศรษฐกิจ เป็นไปอย่างไม่เต็มที่
ง. ไม่มีการแสวงหาทรัพยากรใหม่ๆ มาใช้แทนทรัพยากรที่หมดสิ้นไป
5. ผู้ผลิตในฐานะผู้ประกอบการจะได้รับอะไรเป็นค่าตอบแทนจากการผลิตสินค้าและบริการ
ก. ค่าจ้างและเงินเดือน ข. ค่าเช่า
ค. ดอกเบี้ย ง. กำไร
6. บิดาแห่งวิชา “เศรษฐศาสตร์” คือ
ก. John Maynard Keynes ข. Lionel Robbins
ค. Adam Smith ง. Alfred Marshall
7. ปริมาณซื้อจะไม่ขึ้นกับ
ก. ราคาสินค้าชนิดนั้น ข. รายได้ของผู้ซื้อ
ค. เทคนิคการผลิต ง. ราคาสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น


8. ปัญหาพื้นฐานในทางเศรษฐกิจ ได้แก่
ก. ผลิตอะไร ข. ผลิตอย่างไร
ค. ผลิตเพื่อใคร ง. ถูกทุกข้อ
9. บุคคลในระบบเศรษฐกิจ หมาถึงบุคคลตามข้อใดต่อไปนี้
ก. ผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้ซื้อ ข. ผู้ผลิต ผู้บริโภค
ค. ผู้บริโภค ผู้ขาย และผู้ซื้อ ง. ผู้ซื้อ ผู้บิโภค และเจ้าของปัจจัยการผลิต
10. ภายในกระแสหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ก. ผู้บริโภคจะนำสินค้าและบริการออกเปลี่ยนกับค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร แล้วแต่กรณี
ข. ผู้ผลิตจะนำปัจจัยการผลิตออกและเปลี่ยนกับค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร แล้วแต่กรณี
ค. ผู้ผลิตจะติดต่อผู้บริโภค เพื่อขายปัจจัยการผลิตของตน เพื่อแลกเปลี่ยนกับจำนวนเงินค่าเช่า
ง. ผู้ผลิตจะขายสินค้าและบริการให้กับผู้บริโภค เพื่อนำรายได้จาดดารขายมาจ่ายให้กับเจ้าของการผลิต
11. ประเทศใดต่อไปนี้ ใช้ระบบเศรษฐกิจ แบบสังคมนิยม
ก. ออสเตรีย, ฮังการี ข. พม่า
ค. เวียดนาม ง. ถูกทั้ง ก และ ข
12 ระบบเศรษฐกิจ (Economic system) แบบใดที่ประชาชนมีเสรีภาพเต็มที่ที่จะเลือกประกอบอาชีพได้ตามความสมัครใจ
ก. แบบเสรีนิยม (Capitalism) ข. แบบผสม (Mixed Economy)
ค. แบบคอมมิวนิสต์ (Communism) ง. แบบสังคมนิยม (Socialism)
13. ระบบเศรษฐกิจแบบใดที่ทั้งรัฐบาล และเอกชนมีส่วนในการตัดสินใจบริหารงานทางด้านเศรษฐกิจ
ร่วมกัน
ก. Socialism ข. Capitalism
ค Mixed Economy ง Communism
14. การศึกษาโดยวิธีอนุมาน (Deductive Method) เป็นการศึกษาเกี่ยวข้องกับ
ก. ประวัติศาสตร์ ข. ภูมิศาสตร์
ค. ทฤษฎี ง. ผิดทุกข้อ
15. ข้อใดถูกต้อง
ก. เส้น Demand ของผู้บริโภคเป็นเส้นเดียวกับเส้นรายรับเฉลี่ย (AR)
ข. AR และ MR มีค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดย AR อยู่สูงกว่า MR เสมอ
ค. AR และ MR มีค่าลดลงเรื่อยๆ โดย MR อยู่สูงกว่า AR เสมอ
ง. เส้น AR มี clopa เป็น 2 เท่าของเส้น MR เสมอ
16. “เศรษฐศาสตร์ตามที่เป็นจริง” เกี่ยวข้องกับ
ก. สถานการณ์ที่เคยเป็นอยู่ในอดีต กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน และจะเป็นไปในอนาคต
ข. สถานการณ์ที่เคยเป็นอยู่ในอดีต กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน และควรจะเป็นในอนาคต
ค. สถานการณ์ที่พึงปรารถนาของสังคม
ง. สถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา
17. “เศรษฐศาสตร์ที่ควรจะเป็น” เป็นศาสตร์ที่
ก. สามารถทดสอบจากข้อเท็จจริงได้ ข. ศึกษาสภาพที่เป็นอยู่จริงในขณะหนึ่ง
ค. ใช้คาดคะเนสถานการณ์ในอนาคต ง. เกี่ยวข้องกับค่านิยมของสังคม
18. อุปสรรคหรือความต้องการในทางเศรษฐศาสตร์จะต้องประกอบด้วยอะไร
ก. อำนาจในการกำหนดราคาสินค้าและบริการ
ข. อำนาจในการซื้อหรือความสามารถในการซื้อสินค้าและบริการ
ค. มีสถานที่สำหรับทำการซื้อและขายสินค้า
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
19. ผู้ขายผูกขาดมีเส้นอุปสงค์ที่ลากลงจากซ้ายมาขวาเพราะ
ก. เส้นอุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย
ข. ตามปกตินั้นผู้ขายผูกขาดทำการขายให้ผู้ซื้อรายใหญ่น้อยรายเท่านั้น
ค. เส้นอุปสงค์ของผู้ขายผูกขาดจะเป็นเส้นเดียวกันกับเส้นอุปสงค์ของตลาด
ง. ผู้บริโภคมีความฝังใจในผลิตภัณฑ์ของผู้ขายผูกขาด
20. เมื่อปรากฏว่ามีอุปทานส่วนเกิน เกิดขึ้น ณ ระดับราคาที่เป็นอยู่ในตลาด การขจัดอุปทานส่วนเกินจะ
ทำได้ถ้ามีการ
ก. เพิ่มรายการสินค้า ข. ลดราคาสินค้า
ค. เพิ่มปริมาณเสนอขาย ง. ลดปริมาณเสนอซื้อ
21. เส้น MR จะเป็นเส้นขนานกับแกนนอนในกรณีที่
ก. AR เป็นเส้นตรงที่ลากจากซ้ายลงไปขวา
ข. AR เป็นเส้นโค้งเว้าเข้าหาจุดกำเนิด
ค. AR เป็นเส้นโค้งออกจากจุดกำเนิด
ง. AR เป็นเส้นตรงขนานกับแกนนอน
22. รายรับเฉลี่ย (Average revenue) หมายถึง
ก. รายรับที่ผลิตได้รับจากการขายและ ........ทั้งหมด
ข. รายรับทั้งหมดที่คิดเฉลี่ยต่อต้นทุนการผลิตทั้งหมด
ค. AR =
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค.

23. เงื่อนไขของการหากำไรสูงสุดในตลาดแข่งขันสมบูรณ์
ก. MR = MC ในช่วงที่ MC มีค่าความชันเป็นลบ
ข. MR = MC ในช่วงที่ MC มีค่าความชันเป็นบวก
ค. TR = TC
ง. ถูกทั้ง ก. และ ข.
24. ตลาดในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง
ก. สถานที่ทำการติดต่อซื้อขาย
ข. การติดต่อระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย โดยต้องมาพบกันที่ตลาด
ค. การที่ผู้ซื้อ ผู้ขาย ทำการซื้อขายโดยไม่คำนึงถึงสถานที่แต่อย่างใด
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
25. เส้น Demand ของหน่วยธุรกิจในตลาดที่มีการแข่งขันสมบูรณ์ มีลักษณะ
ก. เป็นเส้นตรงขนานกับแกนตั้ง ข. เป็นเส้นตรงขนานกับแกนนอน
ค. เป็นเส้นตรงลากจากซ้ายลงมาขวา ง. เป็นเส้นตรงลากจากซ้ายขึ้นไปขวา
26. หน่วยผลิตแห่งหนึ่งเสียต้นทุนคงที่ เท่ากับ 10,000 บาท และปรากฏว่า P = AVC ดังนั้น
หน่วยผลิตนี้จะขาดทุนเดือนละ
ก. 10,000 บาทพอดี ข. มากกว่า 10,000 บาท
ค. น้อยกว่า 10,000 บาท ง. ไม่สามารถคำนวณได้
27. ถ้าเส้นอุปสงค์ซึ่งเป็นเส้นที่ลาดจากซ้ายลงไปขวา และเส้นอุปทานซึ่งเป็นเส้นที่ลาดจากซ้าย
ขึ้นไปขวา ต่างเลื่อนระดับไปทางขวามือทั้ง 2 เส้น
ก. ราคาและปริมาณดุลยภาพจะสูงขึ้น
ข. ราคาและปริมาณดุลยภาพจะลดลง
ค. ปริมาณดุลยภาพจะลดลง แต่ราคาดุลยภาพอาจสูงขึ้น คงเดิมหรือลดลงก็ได้
ง. ปริมาณดุลยภาพจะสูงขึ้น แต่ราคาดุลยภาพอาจสูงขึ้น คงเดิมหรือลดลงก็ได้
28. ในระยะยาวผู้ผลิตในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ จะเลือกใช้โรงงานในขนาดใด
ก. Greater than optimum size ข. Less than optimum size
ค. Optimum size ง. ขนาดใดก็ได้
29. เส้นอุปทานในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ คือ
ก. เส้น MC ส่วนที่อยู่เหนือจุดต่ำสุดของเส้น AVC
ข. เส้น MC ส่วนที่อยู่เหนือจุดต่ำสุดของเส้น AC
ค. เส้น MC ส่วนที่อยู่เหนือจุดต่ำสุดของเส้น AEC
ง. ไม่มีข้อถูก

30. ลักษณะของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ในข้อใดที่ทำให้ผู้ขายมีกำไรเพียงกำไรปกติเท่านั้นในระยะยาว
ก. การที่ผู้ขายเป็น Price Taker
ข. สินค้ามีลักษณะเหมือนกันทุกประการ
ค. การเข้าออกจากอุตสาหกรรมทำได้โดยเสรี
ง. มีผู้ซื้อผู้ขายจำนวนมากแต่ละคนเป็นเพียงหน่วยย่อย ไม่มีอิทธิพลเหนือราคา

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
1. พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ไม่ใช่บังคับองค์กรหรือหน่วยราชการตามข้อใด

ก. รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

ข. การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ค. การดำเนินกิจการทางศาสนา

ง. ถูกทุกข้อ

ข้อใดเป็นคำสั่งทางปกครอง

ก. คำสั่งของเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมายในการสั่งและมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล

ข. การอนุญาตหรือไม่อนุญาตอันก่อให้เกิดสิทธิหรือระงับซึ่งสิทธิของบุคคล

ค. การวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่อันมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล

ง. ถูกทุกข้อ

3. คำว่า "กฎ" ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หมายถึงข้อใด

ก. พระราชกฤษฎีกา ข. กฎกระทรวง

ค. ประกาศกระทรวง และข้อบังคับท้องถิ่น ง. ถูกทุกข้อ

4. บุคคลตามข้อใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ง. อธิบดีกรมการปกครอง

5. บุคคลตามข้อใดเป็นประธานในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ค. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ง. บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง

6. ผู้ดำรงตำแหน่งประธานในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ต้องเป็นบุคคลตามข้อใด

ก. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ข. ต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

ค. ต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในทางนิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์

ง. ต้องอายุไม่เกิน 50 ปีบริบูรณ์

7. ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีการปฏิบัติราชการทางปกครอง กำหนดจำนวนไว้ตามข้อใด

ก. ไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน ข. ไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 7 คน

ค. ไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 9 คน ง. ไม่น้อยกว่า 7 คน แต่ไม่เกิน 9 คน

8. บุคคลข้อใดที่ทำตามหน้าที่เลขานุการในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

ก. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

ข. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ค. ข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่งตั้ง

ง. ข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง

9. กรรมการในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระ คราวละกี่ปี

ก. 2 ปี ข. 3 ปี ค. 4 ปี ง. 5 ปี

10. หน่วยงานที่ทำหน้าที่สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองคือข้อใด

ก. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข. สำนักงานคณะกรรมการรัฐมนตรี

ค. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ง. กรมการปกครอง

11. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

ก. สอดส่องดูแลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

ข. เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎีกาและการออกกฎกระทรวงหรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้

ค. พิจารณาคดีทางการปกครอง

ง. จัดทำรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้เสนอนายกรัฐมนตรี

12. เจ้าหน้าที่ตามข้อใดทำการพิจารณาทางปกครองได้

ก. เป็นคู่กรณีในคดี ข. เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้างของคู่กรณี

ค. เป็นผู้บังคับบัญชาของคู่กรณี ง. เป็นผู้บังคับบัญชาของคู่กรณีในคดี

13. บุคคลตามข้อใดเป็นคู่กรณีในการพิจารณาปกครองได้

ก. บุคคลธรรมดา ข. คณะบุคคล
ค. นิติบุคคล ง. ถูกทุกข้อ

14. บุคคลตามข้อใดเป็นตัวแทนร่วมของคู่กรณี ในกรณีที่มีคู่กรณีเกิน 50 คนยื่นคำขออย่างเดียวกันได้

ก. บุคคลธรรมดา ข. คณะบุคคล
ค. นิติบุคคล ง. ถูกทุกข้อ

15. กรณีที่คำขอหรือคำแถลงของคู่กรณีในการพิจารณาทางปกครอง มีข้อบกพร่องอันเกิดจากความไม่รู้ของคู่กรณี เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามข้อใด

ก. ให้จำหน่ายเรื่องออกการพิจารณา

ข. ให้เจ้าหน้าที่แนะนำให้คู่กรณีแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้อง

ค. ให้เจ้าหน้าที่แก้ไขให้ถูกต้อง

ง. ให้พิจารณาไปตามข้อเท็จจริงเพียงเท่าที่มีอยู่

16. ในการพิจารณาทางปกครอง เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้ตามข้อใด

ก. สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงตามความเหมาะสม

ข. ไม่ผูกพันอยู่กับคำขอของคู่กรณี

ค. ไม่ต้องผูกพันกับพยานหลักฐานของคู่กรณี

ง. ถูกทุกข้อ

17. ในการจัดพิจารณาพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามข้อใด

ก. แสวงหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง

ข. ขอให้ผู้ครอบครองเอกสารส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ค. ออกไปตรวจสถานที่

ง. ถูกทุกข้อ

18. การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตามข้อใดไม่ถูกต้องในกรณีที่คำสั่งทางการปกครองจะกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี

ก. เจ้าหน้าที่ให้คู่กรณีมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงและมีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตน

ข. เจ้าหน้าที่ไม่ให้โอกาสคู่กรณีทราบข้อเท็จจริงเนื่องจากเป็นมาตรการบังคับทางการปกครอง

ค. เจ้าหน้าที่ให้โอกาสคู่กรณีโต้แย้งหลักฐานจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายต่อประโยชน์

ง. เจ้าหน้าที่ไม่ให้โอกาสคู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริงเนื่องจากจะทำให้เวลาที่กฎหมายกำหนดไว้

19. คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการโต้แย้งสิทธิหรือชี้แจงหรือป้องกันสิทธิของตนได้ การขอ ดังกล่าวไม่รวมถึงการขอในข้อใด

ก. ขอตรวจดูเอกสารต้นร่างคำวินิจฉัย ในขณะที่ยังไม่ได้ทำคำสั่งทางปกครอง

ข. ขอสำเนาเอกสารที่เป็นพยานหลักฐานทั้งหมด

ค. ขอดูหลักฐานที่เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้

ง. มีสิทธิขอดูได้ทุกกรณี

20. รูปแบบคำสั่งทางการปกครองในข้อใดไม่ถูกต้อง

ก. ทำเป็นหนังสือ

ข. เป็นคำสั่งด้วยวาจาก็ได้

ค. สั่งทางจดหมายอิเล็คทรอนิกส์

ง. คำสั่งทางปกครองอาจใช้รูปแบบได้ทั้งข้อ ก , ข และข้อ ค

21. ในกรณีคำสั่งทางปกครองเป็นคำสั่งด้วยวาจา ถ้าผู้รับสั่งร้องขอภายในกี่วันนับแต่วันมีคำสั่งเจ้าหน้าที่ต้องยืนยันคำสั่งนั้นเป็นหนังสือ

ก. 3 วัน ข. 5 วัน
ค. 7 วัน ง. 15 วัน

22. เหตุผลที่ต้องจัดให้มีไว้ในคำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือ คือข้อใด

ก. ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ

ข. กฎหมายที่ใช้อ้างอิง

ค. ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลยพินิจ

ง. ต้องมีเหตุผลทั้งในข้อ ก ข และ ค

23. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง

ก. ให้คู่กรณีอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองต่อเจ้าหน้าที่ทำคำสั่งภายใน15วันนับวันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ข. การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองสามารถอุทธรณ์ด้วยวาจาได้

ค. การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง

ง. เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งผู้อุทธรณ์ภายในไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับการอุทธรณ์

24. ในการพิจารณาอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่มีอำนาจพิจารณาในประเด็นตามข้อใด

ก. พิจารณาในประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง

ข. พิจารณาประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย

ค. พิจารณาความเหมาะสมของการทำคำสั่งทางการปกครอง

ง. ถูกทุกข้อ

25. การเพิกถอนคำสั่งทางการปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทำภายในกี่วันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุ

ที่จะให้เพิกถอนคำสั่งทางการปกครองนั้น

ก. 30 วัน ข. 60 วัน
ค. 90 วัน ง. 120 วัน

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ นิติกรปฎิบัติการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบกฏหมายปกครอง
- เเนวข้อสอบรัฐธรรมนูญเเห่งราชอาณาจักรไทย 2550
- แนวข้อสอบวิชาประมวลกำหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบนโยบายตรวจเงินแผ่นดินและพระราชบัญญัติเงินคงคลัง
- แนวสรุปแนวข้อสอบพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ
- แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการเงินและการงานคลัง

- แนวข้อสอบวิธีพิจารณาความแพ่ง

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

1. ข้อใดคือทรัพยากรมนุษย์
ก. Human Capital ค. Core Competency
ข. Human Resource  ง.  Human Resource Management
ตอบ ข. Human   Resource
2. ข้อใดคือความหมายของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ก. กระบวนการเพิ่มความรู้ ความสามารถ โดยรวมของประชากรในสังคม
ข. กระบวนการเพิ่มความรู้ ความชำนาญ และความสามารถโดยรวมของประชากรในสังคม
ค. ผลรวมของความรู้ ความชำนาญ ความถนัดของประชากรทั้งหมดในประเทศ
ง. กิจกรรมต่างๆ หรือพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งจะมีผลต่อระดับรายได้ที่เป็นเงิน
ตอบ ข. กระบวนการเพิ่มความรู้ ความชำนาญ และความสามารถโดยรวมของประชากรในสังคม
3. ข้อใดเป็นขั้นตอนการบริหารทรัพยากรมนุษย์
ก. การได้มาซึ่งทรัพยากรมนุษย์   ค. การพ้นจากองค์การหรือการทำงาน
ข. การรักษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์   ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
4. การบริหารทรัพยากรบุคคลในปัจจุบันเป็นอย่างไร
ก. ยึดกฎระเบียบเป็นที่ตั้ง
ข. มุ่งเน้นงานธุรการบุคคลและยึดติดกับกิจกรรมที่ทำ
ค. จัดโครงสร้างการบริหารโดยยึดกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นหลัก
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
5. เทคโนโลยีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะซึ่งติดตัวคนในองค์กรและมีความจำเป็นในการปฏิบัติงาน เรียกว่าอะไร
ก. ทุนมนุษย์ ค. สมรรถนะ
ข. ทรัพยากรมนุษย์ ง. ความสามารถหลัก
ตอบ ก. ทุนมนุษย์
 
ข้อใด ไม่ใช่ กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล
ก. วางแผนกำลังคน ค. การให้รางวัล
ข. การเลื่อนตำแหน่ง ง. การบรรจุแต่งตั้ง
ตอบ ค. การให้รางวัล
7. ข้อใดคือลักษณะการบริหารสมรรถนะทรัพยากรมนุษย์
ก. ต้องรู้และเข้าใจในงานองค์กร
ข. ต้องสร้างความเชื่อมั่น เชื่อถือ และซื่อสัตย์
ค. ต้องรู้และเข้าใจในคนขององค์การ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
ข้อใดคือประโยชน์ของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์
ก. ปรับปรุงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมนุษย์ของหน่วยงาน
ข. สร้างความรอบคอบเกี่ยวกับกำลังคนได้ล่วงหน้า
ค. เตรียมมาตรการรับมือปัญหากำลังคนได้แต่เนิ่นๆ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
Human Resource Scorecard คืออะไร
ก. กระบวนการวิเคราะห์ความต้องการกำลังคนขององค์การ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ข. ตัวชี้วัดทรัพยากรมนุษย์ โดยใช้ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ การทำงาน ประสบการณ์ คุณลักษณะของแต่ละบุคคล มาวัด
ค. ตัวชี้วัดทั้งองค์การ และกระจายความสำคัญของปัญหาในการวัดผลการดำเนินงานโดยใช้ 4  ด้าน
ง. คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ ทักษะ / ความสามารถ ตลอดจนทัศนคติที่จำเป็นในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ตอบ ข. ตัวชี้วัดทรัพยากรมนุษย์ โดยใช้ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ การทำงาน ประสบการณ์ คุณลักษณะของแต่ละบุคคล มาวัด
หลักการบริหารงานบุคคลภาครัฐแนวใหม่ คือ
ก. MPM  ค. NPM
ข. PMN ง. NMP
ตอบ ค. NPM
NPM หมายถึง
ก. การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาระบบบริหารราชการแบบดั้งเดิมไปเป็นการพัฒนาระบบบริหารงานภาครัฐแนวใหม่
ข. การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาระบบบริหารราชการแบบใหม่ไปเป็นการพัฒนาระบบบริหารงานภาครัฐแนวเก่า
ค. การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาระบบบริหารราชการไปใช้ทั้งแบบเก่าและแบบใหม่
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ก. การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาระบบบริหารราชการแบบดั้งเดิมไปเป็นการพัฒนาระบบบริหารงานภาครัฐแนวใหม่
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการปรับเปลี่ยนระบบราชการ
ก. ปรับระบบวิธีการบริหารงานจากเดิมที่ต่างคนต่างทำ เป็นแบบบูรณาการเชื่อมโยง
ข. ปรับระบบวิธีการทำงานจากเดิมที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก มาเป็นการใช้คน
ค. เปลี่ยนการทำงานเพื่อระบบและตามระเบียบ เป็นการทำงานเพื่อผู้รับบริการ
ง. ปรับเปลี่ยนการติดต่อสื่อสารสั่งการ เป็นวงจรเครือข่ายและประสานงานในแนวราบมากขึ้น สร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบมีส่วนร่วม
ตอบ ข. ปรับระบบวิธีการทำงานจากเดิมที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก มาเป็นการใช้คน

1.     ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องของการบริหารงานบุคคล

        ก.    คือเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคลในองค์การ

        ข.    คือการจัดงานด้านตัวบุคคล นับตั้งแต่การสรรหาบุคคลเข้าปฏิบัติงาน

        ค.    คือการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้คนดี มีคุณวุฒิและมีความสามารถ

                เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่มาทำงานตามความสนใจพึงพอใจอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

        ง.     ทั้งข้อ  ก.  ข.  ค.

        ตอบ       ง.  ทั้งข้อ ก.  ข.  ค.

2.     คำใดที่ใช้ในความหมายเดียวกับ “การบริหารงานบุคคล”

        ก.    การเจ้าหน้าที่                                                                        ข.    บุคลาภิบาล

        ค.    การพนักงาน                                                                        ง.    ข้อ  ก.  ข. และ  ค.

        ตอบ       ง.  ข้อ ก.  ข.  และ ค.

3.     กิจกรรมใดไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล

        ก.    การสรรหาบุคคลเข้าปฏิบัติงานในองค์การ                   ข.    การฝึกอบรม

        ค.    การจัดงบประมาณในองค์การ                                          ง.    การประเมินผลการปฏิบัติงาน

        ตอบ       ค.  การจัดงบประมาณในองค์การ

4.     Max Weber  มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามทฤษฎีของเขาอย่างไร

        ก.    สร้างระบบงานโดยกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบ

        ข.    สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการบริหารงานบุคคลมาก

        ค.    ให้ความสนใจกับ Informal  Organization  มาก

        ง.     ทั้งข้อ  ก. และ  ข. ถูก

        ตอบ       ก.  สร้างระบบงานโดยกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบ

5.     แนวความคิดในการบริหารงานบุคคลที่เรียกว่าเป็นแนว  Traditional  นั้นคืออะไร

        ก.    คือแนวที่เรียกว่า  Classical Organization

        ข.    คือการที่มิได้ให้คุณค่าของผู้ปฏิบัติงานในแง่ที่จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อองค์การได้โดยตรง

        ค.    เป็นเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานและมุ่งหาวิธีที่ดีที่สุด

        ง.     ข้อ  ก.  ข.  และ  ค. ถูก

        ตอบ       ง.  ข้อ ก.  ข.  และ  ค. ถูก

 

 

6.     การพิจารณาองค์การบริหารโดยพิจารณาโดยตรงไปที่ “มนุษย์”และ “พฤติกรรมของมนุษย์” ในองค์การ              

        โดยไม่สนใจโครงสร้างขององค์การ เป็นการศึกษาแบบใด

        ก.    แบบ  Neo Classical Theory                                               ข.    แบบ  Human Relations

        ค.    แบบ  Scientific Management                                           ง.    ข้อ  ก.  และ  ข.  ถูก

        ตอบ       ง.  ข้อ ก.  และ  ข.  ถูก

7.     การทดลองค้นคว้าของ Rlton Mayo  ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในการบริหารงานบุคคลด้านใด

        ก.    ทำให้นักบริหารหันมาสนใจตัวบุคคล หรือประสิทธิภาพอันเกิดจากตัวบุคคลในการปฏิบัติงาน

        ข.    มีผลต่อการบริหารด้านขวัญและแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน

        ค.    ทำให้นักบริหารเองเอาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มาใช้ในการบริหารงานบุคคลเป็นส่วนใหญ่

                เพื่อประสิทธิภาพการทำงานของคน

ง.       ข้อ  ก.  และ  ข. ถูก

        ตอบ       ง.  ข้อ ก.  และ  ข.  ถูก

8.     คำว่า  “Administration”  หมายถึงข้อใด

        ก.    การรับใช้                                                                             

        ข.    การทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปโดยใช้ให้ผู้อื่นเป็นผู้กระทำ

        ค.    กิจกรรมของกลุ่มบุคคลที่ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

        ง.     ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

9.     Public Administration  ในลักษณะที่เป็นศิลป์ (Art)  หมายถึงอย่างไร

        ก.    การจัดเนื้อหาเป็นระบบระเบียบ สอนกันได้ถ่ายทอดความรู้กันได้

        ข.    เป็นการปฏิบัติงานหรือบริหารราชการ

        ค.    เป็นการทำให้นโยบายของรัฐบาลบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

        ง.     ข้อ  ข.  และ  ค.

        ตอบ       ง.  ข้อ  ข.  และ  ค.

10.  ฝ่ายการเมือง คือใคร

        ก.    คณะรัฐมนตรี

        ข.    ผู้ดำรงตำแหน่งตามวาระหรือวิถีทางการเมือง

        ค.    ผู้ดำรงตำแหน่งโดยยึดเป็นอาชีพจากผลการสอบ

        ง.     ถูกเฉพาะข้อ  ก.  และ  ข.

        ตอบ       ง.  ถูกเฉพาะข้อ ก.  และ  ข. 

11.  ฝ่ายประจำ คือใคร

        ก.    คณะรัฐมนตรี

        ข.    ผู้ดำรงตำแหน่งตามวาระหรือวิถีทางการเมือง

        ค.    ผู้ดำรงตำแหน่งโดยยึดเป็นอาชีพจากผลการสอบ

        ง.     ถูกเฉพาะข้อ  ข.  และ  ค.

        ตอบ       ง.  ถูกเฉพาะข้อ ข.  และ  ค. 

12.  ในการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายประจำนั้นมีหลักการอย่างไร

        ก.    ฝ่ายการเมืองกำหนดนโยบายและควบคุมการทำงานของฝ่ายประจำให้เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้

        ข.    ฝ่ายการเมืองต้องขอคำปรึกษาชี้ขาดจากฝ่ายประจำเสียก่อนจึงจะกำหนดนโยบายในการทำงานได้

        ค.    ฝ่ายการเมืองต้องปล่อยให้ฝ่ายประจำเป็นผู้ชี้ขาดในการกำหนดนโยบายเพราะฝ่ายประจำมี

                ความชำนาญงานมากกว่า

ง.      ฝ่ายการเมืองต้องรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายประจำเสียก่อนจึงจะกำหนดนโยบายในการปฏิบัติงานได้

        ตอบ       ก.  ฝ่ายการเมืองกำหนดนโยบายและควบคุมการทำงานของฝ่ายประจำให้เป็นไปตามนโยบายที่

                             วางไว้

13.  ฝ่ายประจำมีส่วนช่วยกำหนดนโยบายของฝ่ายการเมืองได้โดยวิธีใด

        ก.    ช่วยชี้ขาดในการกำหนดนโยบาย

        ข.    ช่วยให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ สถิติข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ ในการทำงานเพื่อให้ฝ่ายการเมืองพิจารณา

                แก้ไขปรับปรุงนโยบายที่กำหนดไว้เดิม

ค.      ช่วยให้ความคิดเห็นก่อนฝ่ายการเมืองกำหนดนโยบายในการปฏิบัติงาน

ง.      ช่วยให้คำปรึกษาแก่ฝ่ายการเมืองก่อนกำหนดนโยบาย

        ตอบ       ข.  ช่วยให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ สถิติข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ ในการทำงานเพื่อให้ฝ่ายการเมือง

                              พิจารณาแก้ไขปรับปรุงนโยบายที่กำหนดไว้เดิม

14.  สิ่งที่เหมือนกันในการบริหารรัฐกิจและการบริหารธุรกิจก็คือข้อใด

        ก.    วัตถุประสงค์                                                                        ข.    ทุนในการดำเนินงาน

        ค.    กระบวนการปฏิบัติงาน                                                     ง.    การคงอยู่

        ตอบ       ค.  กระบวนการปฏิบัติงาน

15.  สิ่งที่ต่างกันในการบริหารรัฐกิจ และการบริหารธุรกิจ ก็คืออย่างไร

        ก.    วัตถุประสงค์                                                                        ข.    ทุนในการดำเนินงาน

        ค.    กระบวนการปฏิบัติงาน                                                     ง.    ข้อ  ก  และ  ข

        ตอบ       ง.  ข้อ  ก  และ  ข

16.  ข้อใดเข้าคู่กันไม่ถูกต้อง

        ก.    ผู้บริหารระดับกลาง – เน้นทักษะในการประสานงาน

        ข.    ผู้บริหารระดับสูง – กำหนดนโยบาย

        ค.    ผู้บริหารระดับกลาง – นำเทคโนโลยีเข้ามาในหน่วยงาน

        ง.     ผู้บริหารระดับต้น – พิจารณาความต้องการของสังคม

        ตอบ       ง.  ผู้บริหารระดับต้น – พิจารณาความต้องการของสังคม

17.  สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารงานของรัฐได้แก่

        ก.    ค่านิยมของสังคม                                                                 ข.    เทคโนโลยีของสังคม

        ค.    ทรัพยากรของหน่วยงาน                                                   ง.    การเมือง

        ตอบ       ค.  ทรัพยากรของหน่วยงาน

18.  สิ่งซึ่งเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงความพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจต่อผลงานขององค์การเรียกว่า

        ก.    Feedback                                                                              ข.    Motivator Factors

        ค.    Incentive                                                                               ง.    Outputs

        ตอบ       ก.  Feedback

19.  “กิจกรรมที่สังคมประพฤติปฏิบัติสืบต่อเนื่องกันมาและมีความสัมพันธ์กับความรู้สึกทางใจของ

        ผู้ประพฤติ”  เรียกว่า

        ก.    ค่านิยมของสังคม                                                                 ข.    ประเพณี

        ค.    ปทัสถานทางสังคม                                                             ง.    เทคโนโลยี

20.  การสั่งงานตามสายการบังคับบัญชา จัดเป็นการสื่อการเข้าใจแบบใด

        ก.    upward communication                                                     ข.    downward communication

        ค.    horizontal communication                                                ง.    Two-way communication

        ตอบ       ข.  downward communication

21.  ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow ถ้า นาย ก. ได้รับการตอบสนองทางด้านอาหารเต็มที่แล้ว

        เขาจะมีความต้องการอะไรต่อไป

        ก.    ความต้องการทางด้านสังคม                                              ข.    ความต้องการทางด้านความปลอดภัย

        ค.    ความต้องการยกย่องสรรเสริญ                                         ง.    ความต้องการที่ได้รับความสำเร็จ

        ตอบ       ข.  ความต้องการทางด้านความปลอดภัย

22.  แนวคิดที่สำคัญของสำนักการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) ในเรื่องการจูงใจคือ

        ก.    เงิน                                                                                         ข.    เพื่อน

        ค.    คำชมเชย                                                                               ง.    การขู่ลงโทษ

        ตอบ       ก.  เงิน

23.  สมมติฐานต่อพนักงานตามแนวทฤษฎี Y นั้น มีทัศนะต่อพนักงานว่าอย่างไร

        ก.    มนุษย์มีธรรมชาติเป็นคนเกียจคร้าน                                ข.    มนุษย์สามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้

        ค.    มนุษย์สนใจแต่ตนเอง                                                        ง.    มนุษย์ชอบถูกนำมากกว่าที่จะเป็นผู้นำ

        ตอบ       ข.  มนุษย์สามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้

 

24.  การที่นักบริหารจูงใจพนักงานโดยการให้ความสำคัญกับเนื้องานศักยภาพและความสามารถของบุคคล

        และการมีอิสระในการทำงานนั้น จัดว่าเป็นการจูงใจแบบใด

        ก.    โดยการใช้ไม้นวมและไม้แข็ง                                         

        ข.    โดยการใช้ปัจจัยภายนอกงาน (Extrinsic Factor)        

        ค.    โดยการใช้ปัจจัยภายใน (Intrinsic Factor)                    

        ง.     โดยการใช้กระบวนการสั่งสมทางสังคม  (Socialization)

        ตอบ       ค.  โดยการใช้ปัจจัยภายใน (Intrinsic Factor)

25.  การจะวินิจฉัยสั่งการให้ได้ดีนั้น ต้องอาศัยสิ่งใดบ้างต่อไปนี้

        ก.    สัญชาตญาณ                                                                        ข.    ความสมถะ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหลัก

        ค.    สัมผัสที่หก                                                                            ง.    การมีความคิดสร้างสรรค์ / จินตนาการ

        ตอบ       ง.  การมีความคิดสร้างสรรค์ / จินตนาการ

26.  การวินิจฉัยสั่งการในยุคปัจจุบัน (Behavior Theory)  เป็นการตัดสินใจแบบใด

        ก.    แบบรวมอำนาจ

        ข.    แบบยึดเอาความพอใจของผู้มีอำนาจเป็นหลัก

        ค.    แบบยึดถือระเบียบแบบแผนอย่างเคร่งครัด

        ง.     แบบการนำเอาเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาใช้

        ตอบ       ง.  แบบการนำเอาเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาใช้

27.  ภารกิจหลักของการบริหารงานบุคคล คืออะไร

        ก.    กำหนดความต้องการด้านบุคลากรของหน่วยงาน        ข.    การตอบสนองความต้องการของหน่วยงาน

        ค.    การธำรงรักษา พัฒนาและบริการ                                    ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

28.  การพรรณนาลักษณะงาน (job description)  หมายถึง

        ก.    กระบวนการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับงานกิจกรรม วิธีปฏิบัติงาน คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน

        ข.    ข้อความที่แสดงว่าผู้ปฏิบัติงาน ทำงานอะไร ทำอย่างไรและทำไมจึงทำอย่างนั้น

        ค.    กระบวนการที่จัดทำขึ้น เพื่อเปรียบเทียบค่าของงานต่างๆ ในองค์การ

        ง.     ข้อความที่แสดงคุณสมบัติอย่างต่ำของบุคคลที่จะทำงานนั้น

        ตอบ       ข.  ข้อความที่แสดงว่าผู้ปฏิบัติงาน ทำงานอะไร ทำอย่างไร และทำไมจึงทำอย่างนั้น

29.  ทรัพยากรการบริหารได้แก่อะไรบ้าง

        ก.    คนและการจัดการ                                                               ข.    เงิน

        ค.    วัสดุอุปกรณ์                                                                          ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง. ถูกทุกข้อ

 

30.  ในบรรดาทรัพยากรการบริหารทั้งหลายจากข้อ 29 ทรัพยากรใดถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด

        ก.    วัสดุอุปกรณ์                                                                          ข.    เงิน

        ค.    การจัดการ                                                                             ง.    คน

        ตอบ       ง.  คน
 
1.     ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในกระบวนการบริหารคือ

        ก.    คน                                                                                          ข.    เงิน

        ค.    วัสดุสิ่งของ                                                                           ง.     วิธีการจัดการ

        ตอบ       ก.  คน

2.     ทรัพยากรพื้นฐานของบริหารคือข้อใด

        ก.    คน  เงิน                                                                                 ข.    วัสดุสิ่งของ

        ค.    วิธีการจัดการ                                                                        ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

3.     การกระทำเพื่อให้การทำงานของบุคลากรในองค์การเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในด้านการบริหาร

        งานบุคคลเป็นภารกิจโดยตรงของผู้ใด

        ก.    ผู้จัดการ                                                                                 ข.    หัวหน้าฝ่าย

        ค.    ผู้บริหารระดับสูง                                                                ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ค.  ผู้บริหารระดับสูง

4.     เป้าหมายที่ดีที่สุดในการบริหารงานบุคคลคือข้อใด

        ก.    การมอบหมายงานให้บุคลากรทำอย่างมีประสิทธิภาพ

        ข.    การสรรหาคนดีมาปฏิบัติงานกับองค์การ

        ค.    การพิจารณาความดีความชอบอย่างยุติธรรม

        ง.     การได้คนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมมาปฏิบัติงานและรักษาคนเหล่านั้นไว้ตลอดไป

        ตอบ       ง.  การได้คนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมมาปฏิบัติงานและรักษาคนเหล่านั้นไว้ตลอดไป

5.   กระบวนการการจัดหน้าที่ในการบริหารงานของนักบริหาร คือข้อใด

        ก.    การวางแผน                                                                          ข.    การจัดองค์การ             

        ค.    การจัดคนเข้าทำงาน การสั่งการ                                       ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

6.     ข้อใดเป็นการคัดเลือกในระบบอุปถัมภ์

        ก.    แต่งตั้ง                                                                                   ข.    สอบแข่งขัน

        ค.    สอบคัดเลือก                                                                         ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ก.  แต่งตั้ง

7.     เป้าหมายสำคัญในการบริหารงานบุคคลคืออะไร

        ก.    การหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ                              

        ข.    การเสาะแสวงหาคนดีมีคุณธรรมให้แก่องค์การ

        ค.    การสรรหา ธำรงรักษาและพัฒนาบุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถให้แก่หน่วยงาน

        ง.     ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ค.  การสรรหา ธำรงรักษาและพัฒนาบุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถให้แก่หน่วยงาน

8.     ภารกิจหลักในการบริหารงานบุคคลคืออะไร

        ก.    กำหนดความต้องการด้านบุคลากรของหน่วยงาน        ข.    การตอบสนองความต้องการของหน่วยงาน

        ค.    การสรรหา ธำรงรักษา พัฒนาและบริการ                      ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

9.     ระบบการเล่นพวก การชอบพอเป็นพิเศษ จัดอยู่ในระบบใด

        ก.    ระบบทาส                                                                             ข.    ระบบอุปถัมภ์

        ค.    ระบบคุณธรรม                                                                     ง.    ระบบสรรหา

        ตอบ       ข.  ระบบอุปถัมภ์

10.  การพัฒนาองค์การคือข้อใดต่อไปนี้

        ก.    การทำให้องค์การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ปรารถนา

        ข.    การมอบหมายงานให้คนอื่นทำ

ค.    การเพิ่มความรู้ให้สมาชิกในหน่วยงาน

ง.     ไม่มีข้อใดถูก

        ตอบ       ก.  การทำให้องค์การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ปรารถนา

11.  คุณธรรมสำหรับผู้บริหาร คือข้อใด

        ก.    สังคหวัตถุ 4                                                                          ข.    อิทธิบาท 4

     ค.    พรหมวิหาร 4                                                                       ง.    ไม่มีข้อใดถูก

        ตอบ       ค.  พรหมวิหาร 4

12.  สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้องค์การมีลักษณะเคลื่อนไหว คือ

        ก.    การสั่งการ                                                                             ข.    การจัดการ

        ค.    บุคคล                                                                                     ง.    การติดต่อสื่อสาร

        ตอบ       ค.  บุคคล

13.  MBO  คือการบริหารโดยมุ่งไปตามข้อใด

        ก.    มุ่งไปที่วิธีการ                                                                       ข.    มุ่งไปที่ผลงาน

        ค.    มุ่งไปที่ตัวบุคคล                                                                   ง.    มุ่งไปที่วัตถุประสงค์

        ตอบ       ง.  มุ่งไปที่วัตถุประสงค์

14.  นักบริหารหมายถึงข้อใด

        ก.    ผู้วินิจฉัยชี้ขาดและสั่งการ                                                 ข.    ผู้รับผิดชอบต่อการดำเนินงาน

        ค.    ผู้ที่กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานขององค์การ            ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

15.  การบริหารงานโดยวัตถุประสงค์ ประกอบด้วยสิ่งสำคัญคือ

        ก.    เป้าหมาย ร่วมกันสั่งการ และควบคุมด้านการเงิน       

        ข.    เป้าหมาย กระบวนการ การตัดสินใจ ผู้รับผิดชอบ และประชาชน

        ค.    เป้าหมาย  มาตรฐาน  การตัดสินใจ ผู้รับผิดชอบ  และประชาชน

        ง.     เป้าหมาย  แผนงาน  การตัดสินใจ  ผู้รับผิดชอบ และประชาชน

        ตอบ       ข.  เป้าหมาย กระบวนการ การตัดสินใจ ผู้รับผิดชอบ และประชาชน

16. การบริหารงานแบบ BUREAUCRACY  ของ  MAX WEBER  คือข้อใด

        ก.    บุคคลย่อมยอมรับวิธีการนอกแบบโดยมีมนุษยสัมพันธ์ส่วนตัว

        ข.    การที่บุคคลมุ่งผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด

        ค.    มนุษย์มีอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่เครื่องจักร จึงไม่อาจแยกเรื่องส่วนตัวออกจากงานได้

        ง.     ไม่มีข้อใดถูก

        ตอบ       ค.  มนุษย์มีอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่เครื่องจักร จึงไม่อาจแยกเรื่องส่วนตัวออกจากงานได้

17.  ขั้นตอนแรกของการบริหารงานบุคคล คือข้อใด

        ก.    การวางแผนกำลังคน                                                          ข.    การรับคนเข้าทำงาน

        ค.    การกำหนดโครงสร้างการบริหาร                                    ง.    การรับคนเข้าทำงาน

        ตอบ       ก.  การวางแผนกำลังคน

18.  วัตถุประสงค์ของการบริหารงานบุคคลภาครัฐ คือข้อใด

        ก.    การให้เกิดความเป็นธรรมและเสมอภาค                        ข.    ความมั่นคงในการปฏิบัติงาน

        ค.    สนับสนุนการมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์                        ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

19.  Merit System  ต่างกับ  Spoils System  ตามข้อใด

        ก.    ความสามารถของบุคคล                                                     ข.    ความมั่นคงในการทำงาน

        ค.    ความเป็นกลางทางการเมือง                                              ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

20.  การพัฒนาด้านใดที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนาสังคม

        ก.    การพัฒนาอุตสาหกรรม                                                     ข.    การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

        ค.    การพัฒนาทางการเมือง                                                     ง.    การพัฒนาเศรษฐกิจ

        ตอบ       ข.  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

21.  วัตถุประสงค์ของการบริหารงานบุคคล คือข้อใด

        ก.    การแสวงหาวิธีการทำงานที่ดีที่สุด                                  ข.    การวางแผนอัตรากำลังของหน่วยงาน

        ค.    การวางโครงสร้างการบริหารในองค์การ                       ง.    การพัฒนาบุคคลให้เหมาะสมกับงาน

        ตอบ       ง.  การพัฒนาบุคคลให้เหมาะสมกับงาน

22.  ใครเป็นคนเสนอให้มีการกำหนดค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนที่แน่นอน

        ก.    Max Weber                                                                          ข.    Elton Mayo

        ค.    Abraham Maslow                                                               ค.    Douglas Mcgregor

        ตอบ       ก.  Max Weber

23.  ระบบอุปถัมภ์มีข้อบกพร่องในเรื่องใด

        ก.    ความล่าช้าในการทำงาน                                                   ข.    การเปลี่ยนแปลงผู้ปฏิบัติงานได้ยาก

        ค.    หลักประกันความมั่นคงในการทำงาน                           ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ค.  หลักประกันความมั่นคงในการทำงาน

24.  การให้บริการของฝ่ายการบริหารงานบุคคลที่เห็นได้ชัดเจนคือข้อใด

        ก.    การรับสมัคร  การสัมภาษณ์                                               ข.    การสอบคัดเลือก

        ค.    การประเมินการปฏิบัติงานและสวัสดิการ                     ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

25.  การบริหารงานบุคคลของไทยได้รับวิวัฒนาการมาจากระบบใด

        ก.    ระบบคุณธรรม                                                                     ข.    ระบบอุปถัมภ์

        ค.    ระบบราชการ                                                                       ง.    ระบบเจ้าขุนมูลนาย

        ตอบ       ง.  ระบบเจ้าขุนมูลนาย

26.  การบริหารบุคคล คำว่า  “Put the right man on the right job”  หมายถึงข้อใด

        ก.    การใช้คนตามความจำเป็นของงาน                                 ข.    การบริหารจัดการเกี่ยวกับคน

        ค.    การใช้คนให้เหมาะสมกับงาน                                         ง.    การจัดการเรื่องคนและเรื่องงาน

        ตอบ       ค.  การใช้คนให้เหมาะสมกับงาน

27.  การบริหารบุคคลในปัจจุบันมีลักษณะที่สำคัญตามข้อใด

        ก.    การพัฒนาและแรงงานสัมพันธ์                                       ข.    การบริหารตามหลักวิทยาศาสตร์

        ค.    การให้ความสำคัญทางด้านสวัสดิการแก่คนงาน          ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

28.  การบริหารเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

        ก.    คนและเงิน                                                                           ข.    คนและงาน

        ค.    เงินและงาน                                                                         ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ข.  คนและงาน

29.  ผู้นำมีกี่ประเภท

        ก.    2  ประเภท                                                                            ข.    3  ประเภท

        ค.    4  ประเภท                                                                            ง.    5  ประเภท

        ตอบ       ข.  3  ประเภท

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

- แนวคิดหลักการการบริหารทรัพยากรบุคคล
- การบริหารทรัพยากรมนุษย์และการวางแผนเชิงกลยุทธ์
- แนวข้อสอบ  ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
- แนวข้อสอบการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร ชุด 1
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร ชุด 2
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการเงินและการงานคลัง
- เกี่ยวกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
- สมาคมอาเซียน ASEEAN Communnity
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับสมาคมอาเซียน
- เศรษฐกิจระหว่างประเทศ

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

- แนวคิดหลักการการบริหารทรัพยากรบุคคล
- การบริหารทรัพยากรมนุษย์และการวางแผนเชิงกลยุทธ์
- แนวข้อสอบ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
- แนวข้อสอบการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร ชุด 1
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร ชุด 2
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการเงินและการงานคลัง
- เกี่ยวกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
- สมาคมอาเซียน ASEEAN Communnity
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับสมาคมอาเซียน
- เศรษฐกิจระหว่างประเทศ

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้