ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค ทุกตำแหน่ง งานราชการ ข่าวล่าสุด
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค ทุกตำแหน่ง งานราชการ ข่าวล่าสุด

อ้างอิง: หัวข้อนี้ปักหมุด โดย admin เมื่อเวลา(2014-08-21)

ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค ทุกตำแหน่ง งานราชการ ข่าวล่าสุด


1. การประปานครหลวงจัดตั้งขึ้น เมื่อใด

ก.
พ.ศ. 2457                    ข. พ.ศ. 2499

ค. พ.ศ. 2502                  ง. พ.ศ. 2485

2. การประปานครหลวงใช้แหล่งน้ำจากที่ใดผลิตน้ำประปา

ก. แม่น้ำบางประกง          ข. คลองแสนแสบ

       ค. คลองประปา               ง. แม่น้ำเจ้าพระยา

3. การประปานครหลวงสังกัดกระทรวงใด

ก. กระทรวงคมนาคม                                         

ข. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ค.  กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร   

ง. กระทรวงมหาดไทย

4. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบันคือใคร

ก.  นาย
ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์                     ข. น.อ.
อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

ค.  นายสือ  ล้ออุทัย                              ง. 
จุติ ไกรฤกษ์

5.  ผู้ว่าการ การประปานครหลวงคนปัจจุบัน คือใคร

ก. นาย
ฤทธิรงค์ จัยสิน                        ข. นาย
วิเศษ ชำนาญวงษ์

ค. นาย
เจริญ ภัสระ                            ง. นาง
รัตนา กิจวรรณ

6. การประปานครหลวงมีหน้าที่ผลิตและให้บริการเกี่ยวกับน้ำประปาในเขตพื้นที่ใดบ้าง

            ก. กรุงเทพมหานคร                                ข. นนทบุรี

            ค. สมุทรปราการ                                 ง. ถูกทุกข้อ

7. การประปานครหลวงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า

. Waterworks Authority              . Metropolitan Department

. Metropolitan Waterworks Authority   . Authority Meteorological

8. ข้อใดคือพันธกิจของการประปานครหลวง

ก.  เป็นองค์กรชั้นนำด้านการบริหารจัดการที่ดี ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม        

ข. ให้บริการงานประปา อย่างมั่นคง ทั่วถึง สะอาด และเพียงพอ ด้วยมาตรฐานคุณภาพ

ค. ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร                         

             ง.  มุ่งมั่น พัฒนาตน พัฒนาระบบงาน อย่างยึดมั่นในประโยชน์ของผู้ใช้บริการ

9. ยุทธศาสตร์ด้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือข้อใด

ก. Stakeholder Strategic                               

ข. Financial Strategic

ค.  Customer Strategic

ง. Internal Process Strategic

10. ข้อใดคือวิสัยทัศน์ของการประปานครหลวง

              ก.ให้บริการสารสนเทศและองค์ความรู้ด้านน้ำประปา

ข. มาตรฐานสากล เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนให้เกิดความพึงพอใจ

ค. ตอบสนองความต้องการของประชาชนให้เกิดความพึงพอใจ

ง. เป็นองค์กรชั้นนำด้านการบริหารจัดการที่ดี ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม         

11. เว็บไซต์ของการประปานครหลวง มีชื่อว่าอะไร

.  www. mwa.ac.th                                        

.  www. mwa.com

[url]www.mwa.co.th[/url]         

. [url]www.tmd.org

12.  เว็บไซต์ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีชื่อว่าอะไร

. [url]www.mict[/url][/url] thai.go.th                                 

. [url]www.ict.go.th[/url]

.[url]www.mict.org[/url]                               

. [url]www.mict.go.th 

13. สายตรงการให้บริการเกี่ยวกับน้ำประปาคือหมายเลขใด

ก.  3211              ข.  1152

ค.  2311                 ง.   1125

14. พ.ร.บ.การประปานครหลวง มีผลบังคับใช้เมื่อใด

ก. พ.ศ. 2502

ข. พ.ศ. 2506

ค. พ.ศ. 2509

ง. พ.ศ. 2510

15.  สัญลักษณ์ของการประปานครหลวง คือข้อใด

ก.  ตราสายน้ำลำธาร           ข.  พระแม่คงคา

ค.  ตราครุฑ                           ง.   พระแม่ธรณี


16. ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคือใคร

ก. ประธานสภาบัญญัติแห่งชาติ                                     

ข. ประธานวุฒิสภา

ค.ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ                   

ง. ประธานสภาผู้แทนราษฎร

17 . จังหวัดบึงกาฬแยกออกมาจากจังหวัดใด

ก.  อุบลราชธานี                                   ข.  สกลนคร

ค.  หนองคาย                                        ง.   อุดรธานี

18. ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนปัจจุบัน (ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2554) คือ

ก.  นาย
ยงยุทธ ติยะไพรัช                                  ข.  นาย
สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์

ค. นายมีชัย  ฤชุพันธุ์                                           ง. นายชัย  ชิดชอบ

19. แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 11  จะเริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ช่วงเวลาใด
ก.  2554-2556          ข.  2556-2558      

 ค.  2555-2559          ง.  2555-2560

20. ตามรัฐธรรมนูญ พ. ศ 2550 คณะองคมนตรี มีทั้งหมดกี่คน

ก.  17  คน  มีประธาน  1 คน  และองคมนตรีอื่นอีก  16  คน                                      

ข. 18  คน  มีประธาน  1 คน  และองคมนตรีอื่นอีก  17  คน       

ค. 19  คน  มีประธาน  1 คน  และองคมนตรีอื่นอีก  18  คน                                                       

ง. 20  คน  มีประธาน  1 คน  และองคมนตรีอื่นอีก  19  คน         


 
จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ การประปานครหลวง กปน.  ทุกตำแหน่ง ล่าสุด

รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ 
ประกอบด้วย
- ข้อสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปและสารสนเทศ

- ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปานครหลวง
- แนวข้อสอบจริยธรรม
- แนวข้อสอบเฉพาะตำแหน่ง เลือกตามที่สอบ
วิศวกร ไฟฟ้า โยธา เครื่องกล อื่นๆ
บัญชี 

บริหารงานทั่วไป  

วิทยากร 

บุคคลกร 

นิติกร 

และตำแหน่งอื่นๆ 



ส่งเป็นไฟล์ PDF ทาง E-MAIL ราคา 399 บาท 

*ส่งด่วนภายใน 3 ชม.*

*ส่งช้าไม่เกิน 24:00 น. วันที่โอนเงิน*( ควรดูที่ JUNK MAIL ) 

สั่งซื้อมาที่ 083-067-4168 หรือ ส่ง SMS /  LINE : busthai01

 โอนเงินแล้วแจ้งที่ lek.pisi@hotmail.com  **แจ้งรายละเอียดให้ชัดเจน**
1. ธ. กรุงเทพ  ออมทรัพย์ สาขา เซ็นทรัลพระราม 3 เลขที่บัญชี  048-0-17796-3  ชื่อบัญชี Sumalee Thongyot
2. ธ. กรุงไทย  ออมทรัพย์ สาขา บิ๊กซีสะพานควาย เลขที่บัญชี  980-6-40570-6  ชื่อบัญชี  Sumalee Thongyot
3. ธ. กสิกรไทย  ออมทรัพย์  สาขา เซ็นทรัลพระราม 3  เลขที่บัญชี  748-2-66186-0  ชื่อบัญชี  Pisitchai Kimchai
4. ธ.ไทยพาณิชย์ ออมทรัพย์ สาขา บิ๊กซีรามอินทรา เลขที่บัญชี  402-398830-4  ชื่อบัญชี  Pisitchai & Sumalee
5. ธ. กรุงศรีอยุธยา ออมทรัพย์ สาขา อุรุพงษ์ เลขที่บัญชี  130-1-28490-7  ชื่อบัญชี  Pisitchai Kimchai
* ขั้นตอนแตกไฟล์ PDF 
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=10604  *
** เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 - 24.00 น. **

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบ การประปาภูมิภาค บุคลากร 4
แนวข้อสอบ การประปาภูมิภาค บุคลากร 4 
                
แนวข้อสอบ บุคลากร 4
คำชี้แจง  จงเลือกคำตอบข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1.     ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องของการบริหารงานบุคคล

        ก.    คือเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคลในองค์การ

        ข.    คือการจัดงานด้านตัวบุคคล นับตั้งแต่การสรรหาบุคคลเข้าปฏิบัติงาน

        ค.    คือการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้คนดี มีคุณวุฒิและมีความสามารถ

                เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่มาทำงานตามความสนใจพึงพอใจอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

        ง.     ทั้งข้อ  ก.  ข.  ค.

        ตอบ       ง.  ทั้งข้อ ก.  ข.  ค.

2.     คำใดที่ใช้ในความหมายเดียวกับ “การบริหารงานบุคคล”

        ก.    การเจ้าหน้าที่                                                                        ข.    บุคลาภิบาล

        ค.    การพนักงาน                                                                        ง.    ข้อ  ก.  ข. และ  ค.

        ตอบ       ง.  ข้อ ก.  ข.  และ ค.

3.     กิจกรรมใดไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล

        ก.    การสรรหาบุคคลเข้าปฏิบัติงานในองค์การ                   ข.    การฝึกอบรม

        ค.    การจัดงบประมาณในองค์การ                                          ง.    การประเมินผลการปฏิบัติงาน

        ตอบ       ค.  การจัดงบประมาณในองค์การ

4.     Max Weber  มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามทฤษฎีของเขาอย่างไร

        ก.    สร้างระบบงานโดยกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบ

        ข.    สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการบริหารงานบุคคลมาก

        ค.    ให้ความสนใจกับ Informal  Organization  มาก

        ง.     ทั้งข้อ  ก. และ  ข. ถูก

        ตอบ       ก.  สร้างระบบงานโดยกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบ

5.     แนวความคิดในการบริหารงานบุคคลที่เรียกว่าเป็นแนว  Traditional  นั้นคืออะไร

        ก.    คือแนวที่เรียกว่า  Classical Organization

        ข.    คือการที่มิได้ให้คุณค่าของผู้ปฏิบัติงานในแง่ที่จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อองค์การได้โดยตรง

        ค.    เป็นเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานและมุ่งหาวิธีที่ดีที่สุด

        ง.     ข้อ  ก.  ข.  และ  ค. ถูก

        ตอบ       ง.  ข้อ ก.  ข.  และ  ค. ถูก



6.     การพิจารณาองค์การบริหารโดยพิจารณาโดยตรงไปที่ “มนุษย์”และ “พฤติกรรมของมนุษย์” ในองค์การ              

        โดยไม่สนใจโครงสร้างขององค์การ เป็นการศึกษาแบบใด

        ก.    แบบ  Neo Classical Theory                                               ข.    แบบ  Human Relations

        ค.    แบบ  Scientific Management                                           ง.    ข้อ  ก.  และ  ข.  ถูก

        ตอบ       ง.  ข้อ ก.  และ  ข.  ถูก

7.     การทดลองค้นคว้าของ Rlton Mayo  ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในการบริหารงานบุคคลด้านใด

        ก.    ทำให้นักบริหารหันมาสนใจตัวบุคคล หรือประสิทธิภาพอันเกิดจากตัวบุคคลในการปฏิบัติงาน

        ข.    มีผลต่อการบริหารด้านขวัญและแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน

        ค.    ทำให้นักบริหารเองเอาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มาใช้ในการบริหารงานบุคคลเป็นส่วนใหญ่

                เพื่อประสิทธิภาพการทำงานของคน

ง.       ข้อ  ก.  และ  ข. ถูก

        ตอบ       ง.  ข้อ ก.  และ  ข.  ถูก

8.     คำว่า  “Administration”  หมายถึงข้อใด

        ก.    การรับใช้                                                                             

        ข.    การทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปโดยใช้ให้ผู้อื่นเป็นผู้กระทำ

        ค.    กิจกรรมของกลุ่มบุคคลที่ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

        ง.     ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

9.     Public Administration  ในลักษณะที่เป็นศิลป์ (Art)  หมายถึงอย่างไร

        ก.    การจัดเนื้อหาเป็นระบบระเบียบ สอนกันได้ถ่ายทอดความรู้กันได้

        ข.    เป็นการปฏิบัติงานหรือบริหารราชการ

        ค.    เป็นการทำให้นโยบายของรัฐบาลบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

        ง.     ข้อ  ข.  และ  ค.

        ตอบ       ง.  ข้อ  ข.  และ  ค.

10.  ฝ่ายการเมือง คือใคร

        ก.    คณะรัฐมนตรี

        ข.    ผู้ดำรงตำแหน่งตามวาระหรือวิถีทางการเมือง

        ค.    ผู้ดำรงตำแหน่งโดยยึดเป็นอาชีพจากผลการสอบ

        ง.     ถูกเฉพาะข้อ  ก.  และ  ข.

        ตอบ       ง.  ถูกเฉพาะข้อ ก.  และ  ข. 

11.  ฝ่ายประจำ คือใคร

        ก.    คณะรัฐมนตรี

        ข.    ผู้ดำรงตำแหน่งตามวาระหรือวิถีทางการเมือง

        ค.    ผู้ดำรงตำแหน่งโดยยึดเป็นอาชีพจากผลการสอบ

        ง.     ถูกเฉพาะข้อ  ข.  และ  ค.

        ตอบ       ง.  ถูกเฉพาะข้อ ข.  และ  ค. 

12.  ในการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายประจำนั้นมีหลักการอย่างไร

        ก.    ฝ่ายการเมืองกำหนดนโยบายและควบคุมการทำงานของฝ่ายประจำให้เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้

        ข.    ฝ่ายการเมืองต้องขอคำปรึกษาชี้ขาดจากฝ่ายประจำเสียก่อนจึงจะกำหนดนโยบายในการทำงานได้

        ค.    ฝ่ายการเมืองต้องปล่อยให้ฝ่ายประจำเป็นผู้ชี้ขาดในการกำหนดนโยบายเพราะฝ่ายประจำมี

                ความชำนาญงานมากกว่า

ง.      ฝ่ายการเมืองต้องรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายประจำเสียก่อนจึงจะกำหนดนโยบายในการปฏิบัติงานได้

        ตอบ       ก.  ฝ่ายการเมืองกำหนดนโยบายและควบคุมการทำงานของฝ่ายประจำให้เป็นไปตามนโยบายที่

                             วางไว้

13.  ฝ่ายประจำมีส่วนช่วยกำหนดนโยบายของฝ่ายการเมืองได้โดยวิธีใด

        ก.    ช่วยชี้ขาดในการกำหนดนโยบาย

        ข.    ช่วยให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ สถิติข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ ในการทำงานเพื่อให้ฝ่ายการเมืองพิจารณา

                แก้ไขปรับปรุงนโยบายที่กำหนดไว้เดิม

ค.      ช่วยให้ความคิดเห็นก่อนฝ่ายการเมืองกำหนดนโยบายในการปฏิบัติงาน

ง.      ช่วยให้คำปรึกษาแก่ฝ่ายการเมืองก่อนกำหนดนโยบาย

        ตอบ       ข.  ช่วยให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ สถิติข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ ในการทำงานเพื่อให้ฝ่ายการเมือง

                              พิจารณาแก้ไขปรับปรุงนโยบายที่กำหนดไว้เดิม

14.  สิ่งที่เหมือนกันในการบริหารรัฐกิจและการบริหารธุรกิจก็คือข้อใด

        ก.    วัตถุประสงค์                                                                        ข.    ทุนในการดำเนินงาน

        ค.    กระบวนการปฏิบัติงาน                                                     ง.    การคงอยู่

        ตอบ       ค.  กระบวนการปฏิบัติงาน

15.  สิ่งที่ต่างกันในการบริหารรัฐกิจ และการบริหารธุรกิจ ก็คืออย่างไร

        ก.    วัตถุประสงค์                                                                        ข.    ทุนในการดำเนินงาน

        ค.    กระบวนการปฏิบัติงาน                                                     ง.    ข้อ  ก  และ  ข

        ตอบ       ง.  ข้อ  ก  และ  ข

16.  ข้อใดเข้าคู่กันไม่ถูกต้อง

        ก.    ผู้บริหารระดับกลาง เน้นทักษะในการประสานงาน

        ข.    ผู้บริหารระดับสูง กำหนดนโยบาย

        ค.    ผู้บริหารระดับกลาง นำเทคโนโลยีเข้ามาในหน่วยงาน

        ง.     ผู้บริหารระดับต้น พิจารณาความต้องการของสังคม

        ตอบ       ง.  ผู้บริหารระดับต้น พิจารณาความต้องการของสังคม

17.  สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารงานของรัฐได้แก่

        ก.    ค่านิยมของสังคม                                                                 ข.    เทคโนโลยีของสังคม

        ค.    ทรัพยากรของหน่วยงาน                                                   ง.    การเมือง

        ตอบ       ค.  ทรัพยากรของหน่วยงาน

18.  สิ่งซึ่งเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงความพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจต่อผลงานขององค์การเรียกว่า

        ก.    Feedback                                                                              ข.    Motivator Factors

        ค.    Incentive                                                                               ง.    Outputs

        ตอบ       ก.  Feedback

19.  “กิจกรรมที่สังคมประพฤติปฏิบัติสืบต่อเนื่องกันมาและมีความสัมพันธ์กับความรู้สึกทางใจของ

        ผู้ประพฤติ”  เรียกว่า

        ก.    ค่านิยมของสังคม                                                                 ข.    ประเพณี

        ค.    ปทัสถานทางสังคม                                                             ง.    เทคโนโลยี

20.  การสั่งงานตามสายการบังคับบัญชา จัดเป็นการสื่อการเข้าใจแบบใด

        ก.    upward communication                                                     ข.    downward communication

        ค.    horizontal communication                                                ง.    Two-way communication

        ตอบ       ข.  downward communication

21.  ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow ถ้า นาย ก. ได้รับการตอบสนองทางด้านอาหารเต็มที่แล้ว

        เขาจะมีความต้องการอะไรต่อไป

        ก.    ความต้องการทางด้านสังคม                                              ข.    ความต้องการทางด้านความปลอดภัย

        ค.    ความต้องการยกย่องสรรเสริญ                                         ง.    ความต้องการที่ได้รับความสำเร็จ

        ตอบ       ข.  ความต้องการทางด้านความปลอดภัย

22.  แนวคิดที่สำคัญของสำนักการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) ในเรื่องการจูงใจคือ

        ก.    เงิน                                                                                         ข.    เพื่อน

        ค.    คำชมเชย                                                                               ง.    การขู่ลงโทษ

        ตอบ       ก.  เงิน

23.  สมมติฐานต่อพนักงานตามแนวทฤษฎี Y นั้น มีทัศนะต่อพนักงานว่าอย่างไร

        ก.    มนุษย์มีธรรมชาติเป็นคนเกียจคร้าน                                ข.    มนุษย์สามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้

        ค.    มนุษย์สนใจแต่ตนเอง                                                        ง.    มนุษย์ชอบถูกนำมากกว่าที่จะเป็นผู้นำ

        ตอบ       ข.  มนุษย์สามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้


24.  การที่นักบริหารจูงใจพนักงานโดยการให้ความสำคัญกับเนื้องานศักยภาพและความสามารถของบุคคล

        และการมีอิสระในการทำงานนั้น จัดว่าเป็นการจูงใจแบบใด

        ก.    โดยการใช้ไม้นวมและไม้แข็ง                                         

        ข.    โดยการใช้ปัจจัยภายนอกงาน (Extrinsic Factor)        

        ค.    โดยการใช้ปัจจัยภายใน (Intrinsic Factor)                    

        ง.     โดยการใช้กระบวนการสั่งสมทางสังคม  (Socialization)

        ตอบ       ค.  โดยการใช้ปัจจัยภายใน (Intrinsic Factor)

25.  การจะวินิจฉัยสั่งการให้ได้ดีนั้น ต้องอาศัยสิ่งใดบ้างต่อไปนี้

        ก.    สัญชาตญาณ                                                                        ข.    ความสมถะ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหลัก

        ค.    สัมผัสที่หก                                                                            ง.    การมีความคิดสร้างสรรค์ / จินตนาการ

        ตอบ       ง.  การมีความคิดสร้างสรรค์ / จินตนาการ

26.  การวินิจฉัยสั่งการในยุคปัจจุบัน (Behavior Theory)  เป็นการตัดสินใจแบบใด

        ก.    แบบรวมอำนาจ

        ข.    แบบยึดเอาความพอใจของผู้มีอำนาจเป็นหลัก

        ค.    แบบยึดถือระเบียบแบบแผนอย่างเคร่งครัด

        ง.     แบบการนำเอาเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาใช้

        ตอบ       ง.  แบบการนำเอาเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาใช้

27.  ภารกิจหลักของการบริหารงานบุคคล คืออะไร

        ก.    กำหนดความต้องการด้านบุคลากรของหน่วยงาน        ข.    การตอบสนองความต้องการของหน่วยงาน

        ค.    การธำรงรักษา พัฒนาและบริการ                                    ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

28.  การพรรณนาลักษณะงาน (job description)  หมายถึง

        ก.    กระบวนการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับงานกิจกรรม วิธีปฏิบัติงาน คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน

        ข.    ข้อความที่แสดงว่าผู้ปฏิบัติงาน ทำงานอะไร ทำอย่างไรและทำไมจึงทำอย่างนั้น

        ค.    กระบวนการที่จัดทำขึ้น เพื่อเปรียบเทียบค่าของงานต่างๆ ในองค์การ

        ง.     ข้อความที่แสดงคุณสมบัติอย่างต่ำของบุคคลที่จะทำงานนั้น

        ตอบ       ข.  ข้อความที่แสดงว่าผู้ปฏิบัติงาน ทำงานอะไร ทำอย่างไร และทำไมจึงทำอย่างนั้น

29.  ทรัพยากรการบริหารได้แก่อะไรบ้าง

        ก.    คนและการจัดการ                                                               ข.    เงิน

        ค.    วัสดุอุปกรณ์                                                                          ง.    ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง. ถูกทุกข้อ


30.  ในบรรดาทรัพยากรการบริหารทั้งหลายจากข้อ 29 ทรัพยากรใดถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด

        ก.    วัสดุอุปกรณ์                                                                          ข.    เงิน

        ค.    การจัดการ                                                                             ง.    คน

        ตอบ       ง.  คน



จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ บุคลากร 4 ประปาภูมิภาค กปภ. ล่าสุด 
แนวข้อสอบความรู้เฉพาะตำแหน่งที่ใช้สอบตำแหน่งบุคลากร 4 
แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป 

แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย  
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับการประปาส่วนภูมิภาค
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษพื้นฐาน
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบ นักวิทยาศาสตร์ 4 (เคมี) การประปาส่วนภูมิภาค
แนวข้อสอบ นักวิทยาศาสตร์ 4 (เคมี) การประปาส่วนภูมิภาค 

1. ข้อมูลใดไม่ใช่ในการคํานวณหาปริมาณน้าดิบสําหรับผลิตน้ำประปา

1 : จํานวนประชากรที่รับบริการน้ำประปา

2 : อัตราการใช้น้ำของประชากร

3 : ขอบเขตและประเภทของพื้นที่รับบริการประปา

4 : อายุเฉลี่ยของประชากรที่รับบริการน้ำประปา

2. ข้อใดเป็นคุณสมบัติของน้ำ

1 : คุณสมบัติทางกายภาพของน้ำ

2 : คุณสมบัติทางปฏิบัติของน้ำ

3 : คุณสมบัติทางของเหลว

4 : คุณสมบัติการละเหย

3. ข้อใดกล่าวผิด

1 : น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหมามักมีค่า pH ต่ำ

2 : น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหม่ มีค่า DO สูง

3 : น้ำบาดาลมักมีปริมาณเหล็กและแมงกานีสสูงกว่าน้ำผิวดิน

4 : น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหม่ มักใส

4. ความเป็นกระด้างของน้ำธรรมชาติ เกิดจาก

1 : สารเคมีปนเปื้อน

2 : แร่ธาตุมากเกินไป

3 : ปูนขาวจากหิน

4 : ผิดถูกทุกข้อ

5. อัตราการใช้น้ำส่วนบุคคลไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยใด

1 : ค่าน้ำประปา

2 : สภาพอากาศ

3 : น้ำใช้เพื่องานสาธารณะประโยชน์

4 : คุณภาพน้ำประปา

6. กระทรวงอุตสาหกรรมได้กําหนดค่ามาตรฐานความขุ่นของน้ำดื่มไว้ที่เท่าใด

1 : 2 units

2 : 3 units

3 : 4 units

4 : 4:5 units

7. ข้อใดกล่าวผิด

1 : น้ำกระด้างทําให้สิ้นเปลืองสบู่ในงานซักล้างต่างๆ

2 : น้ำกระด้างทําให้เกิดตะกรันในหม้อน้ำ

3 : สาเหตุที่ทําให้เกิดความกระด้างคือ แคลเซียม และ แมกนีเซียม

4 : น้ำประปาไม่ควรมีความกระด้างเกิน 150 มก.

8. คราบสีเหลืองที่เกิดขึ้นในเครื่องสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ เกิดจากอะไร

1 : ทองแดง

2 : เหล็ก

3 : คลอไรด์

4 : แมกนีเซียม

9. ในกรณีใดที่จําเป็นต้องมีอ่างเก็บน้ำ

1 : อัตราเฉลี่ยของการไหลในแม่น้ำ > อัตราเฉลี่ยของการใช้น้ำ อัตราต่ำสุดของการไหลในแม่น้ำ < อัตราเฉลี่ยการใช้น้ำ

2 : อัตราเฉลี่ยของการไหลของแม่น้ำ = อัตราเฉลี่ยของความต้องการน้ำ

3 : อัตราต่ำสุดของการไหลในแม่น้ำ > อัตราสูงสุดของการใช้น้ำ

4 : อัตราเฉลี่ยของการไหลของแม่น้ำ > อัตราเฉลี่ยของความต้องการน้ำ

10. มาตรฐานน้ำดื่มประเทศไทยเรื่องแบคทีเรียที่อาจทําให้เกิดโรคต่อมนุษย์ไดกําหนดค่า MPN เท่าไร

1 : น้อยกว่า 10.0 ต่อน้ำ 100 ml

2 : น้อยกว่า20.0 ต่อน้ำ 1000 ml

3 : น้อยกว่า 2.2 ต่อน้ำ 100 ml

4 : มากกว่า 2.5 ต่อน้ำ 1000 ml

11. เทคนิคที่ใช้ในการเจาะบ่อบาดาลแบบฉีดน้ำตามแนวดิ่งลงไปในดินเรียกว่าอะไร

1 : Jet Drilling

2 : Percussion

3 : Rotary

4 : Casing

12. ตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำบริโภค ค่าดัชนีคุณภาพน้ำใดที่ต้องไม่พบในน้ำเลย

1 : Coli form

2 : E. Coli

3 : Mercury

4 : Lead

13. ข้อใดไม่จัดเป็นแหล่งน้ำดิบสําหรับการผลิตน้ำประปาที่สําคัญของไทย

1 : น้ำบาดาล

2 : น้ำกร่อย

3 : น้ำคลอง

4 : แม่น้ำ

14. หากพบว่าในน้ำมีตะกอนสีแดง น่าจะสันนิษฐานได้ว่าในน้ำดังกล่าวมีการปนเปื้อนสิ่งใด

1 : แมงกานีส

2 : คลอไรด์

3 : เหล็ก

4 : สารหนู

15. ข้อใดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณการใช้น้ำประปา

1 : ฤดูกาล

2 : ฐานะของประชาชน

3 : คุณภาพของน้ำประปาที่ผลิตได้

4 : ถูกทุกข้อ


จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ นักวิทยาศาสตร์ การประปาส่วนภูมิภาค
วิชาที่ใช้สอบ
แนวข้อสอบความรู้เฉพาะตำแหน่งที่ใช้สอบนักวิทยาศาสตร์
แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป
แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับการประปาส่วนภูมิภาค
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษพื้นฐาน

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
ข้อสอบ แนวข้อสอบ ช่างไฟฟ้า การประปาส่วนภูมิภาค งานราชการ
แนวข้อสอบ ช่างไฟฟ้า การประปาส่วนภูมิภาค ล่าสุด

1.             สายไฟที่ใช้อยู่ตามบ้าน  เรียกว่า

                1.         สายเคเบิล

                2.         สายหุ้มยาง

                3.         สาย  พี  วี   ซี

                4.         สายไหม

2.             สาเหตุธรรมดาๆ ที่ทำให้เกิดการลัดวงจรขึ้น  คือข้อใด

                1.         แรงดันไฟฟ้าตก

                2.         กระแสในสายไฟสูงเกินไป

                3.         สายไฟฟ้ากระทบกัน

                4.         อากาศร้อนจัดเกินไป

3.             ถ้าความต้านทานของวงจรไฟฟ้ามากขึ้น  กระแสในวงจรจะเป็นอย่างไร

                1.         มากขึ้น

                2.         คงที่

                3.         น้อยลง

                4.         เพิ่มแล้วลด

4.             หลอดฟลูออเรสเซนต์ให้ประโยชน์อย่างไร

                1.         ตัดเป็นตัวหนังสือโฆษณา

                2.         ให้ความร้อนในการหุงต้ม

                3.         ให้แสงสว่างในอาคาร

                4.         ให้พลังงานคล้ายแสงอาทิตย์

5.             ในการต่อสายไฟ มีสิ่งที่สำคัญควรจำไว้คือ

                1.         สายที่ใช้ต่อต้องมีขนาดใหญ่แข็งแรง

                2.         ปอกฉนวนออกให้หมด

                3.         ตัวต่อต้องแน่นและสะอาด

                4.         ต้องใช้เทปพันที่หัวต่อ

6.             เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าออกจากกระจุ๊บหลอด  กระจุ๊บหลอดเปล่าๆ ยังคงมี

                1.         กระแสไฟฟ้าฟ้า

                2.         แรงดันไฟฟ้า

                3.         ความต้านทาน

                4.         ไม่มีคำตอบ

7.             การต่อโวลต์มิเตอร์เพื่อวัดแรงดันไฟฟ้า  ต่อดังนี้

                1.         ต่อไว้ข้างหน้างานที่ต้องการวัด

                2.         เสียบปลั๊กไฟฟ้า

                3.         ต่อไว้ทางส่วนหลังของงาน

                4.         ต่อคร่อมกับงาน

8.             การต่อเซล  2   เซลอย่างขนาน  หมายถึงการเอา

                1.         ขั้วบวกต่อขั้วบวก  และขั้วลบต่อขั้วลบ

                2.         ขั้วลบต่อขั้วลบอย่างเดียว

                3.         ขั้วบวกต่อขั้วบวกอย่างเดียว

                4.         ขั้วบวกของเซลหนึ่งต่อกับขั้วลบของอีกเซลหนึ่ง

9.             วีธีป้องกันอันตรายจากการเกิดวงจรลัดควรทำอย่างไร

                1.         ต่อปลั๊กกับวงจร

                2.         ต่อสวิทช์กับวงจร

                3.         ต่อหลอดกับวงจร

                4.         ต่อฟิวส์กับวงจร

10.           ขนาดของสายที่วัดไว้มีมีตัวเลขมากแสดงว่าสายลวดนั้นมีขนาด

                1.         โตตามขนาดเลขวัดได้

                2.         เป็นขนาดโต

                3.         เล็ก

                4.         แล้วแต่ผู้ผลิตกำหนด





11.           กรดที่ใช้เติมหม้อแบตเตอรี่เป็นกรด

                1.         กำมะถันอย่างเข้มข้น

                2.         เกลืออย่างเจือจาง

                3.         เกลืออย่างเข้มข้น

                4.         กำมะถันอย่างเจือจาง

12.           ถ่านไปฉาย  2  ชุด ๆ ละ  6   ก้อนต่อขนานกัน  จะได้แรงดันไฟฟ้ากี่โวลต์

                1.         18  โวลต์

                2.         9 โวลต์

                3.         12 โวลต์

                4.         ไม่มีคำตอบ

13.           ลวดไฟฟ้าที่ใช้พันมอเตอร์หรือเยนเนอเรเตอร์  เป็นลวดที่หุ้มด้วยฉนวนชนิดหนึ่ง

                เรียกว่า

                1.         วานิช

                2.         วานิชเคมบริช

                3.         เซลลูโรส

                4.         อินาเมล

14.           แบตเตอรี่ที่ต่ออันดับกัน  จะมีผลทางไฟฟ้าเกิดขึ้น  คือ

                1.         กระแสมากขึ้น

                2.         ความต้านทานน้อยลง

                3.         โวลเตดเพิ่มขึ้น

                4.         ไม่มีคำตอบ

15.           หลอดฟลูออเรสเซนต์

1.         มีไส้ที่หัวหลอดทั้งสองข้าง

                2.         ไม่มีไส้ที่หัวหลอด

                3.         มีไส้ตลอดทั้งเส้น

                4.         แล้วแต่บริษัทผู้ผลิต




16.           ความต้านทาน  2   ตัวมีค่าเท่ากัน  ต่อขนานกัน  ความต้านทานรวมจะ

                1.         น้อยลง

2.         มากขึ้น

                3.         เท่าเดิม

                4.         มากขึ้นหรือน้อยลงก็ได้

17.           มอเตอร์หรือเครื่องยนต์ไฟฟ้า เป็นเครื่องทำให้

                1.         เกิดกระแสไฟฟ้าใช้งาน

                2.         เกิดพลังงานกล

                3.         เกิดพลังงานเคมี

                4.         เกิดพลังงานขับเคลื่อน

18.           อะตอมที่มีประจุไฟฟ้าลบถือได้ว่ามี

                1.         โปรตอนมากเกินไป

                2.         อิเลคตรอนมากเกินไป

                3.         อิเลคตรอนน้อยเกินไป

                4.         นิวตรอนมากเกินไป

19.           ความต้านทาน  2  ตัว  ต่ออันดับกัน   ความต้านทานรวมจะ

                1.         น้อยลง

                2.         มากขึ้น

                3.         เท่าเดิม

                4.         มากขึ้นหรือน้อยลงก็ได้

20.           โทมัส  เอดิสัน   เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สร้าง

                1.         เซลไฟฟ้า

                2.         ความเข้มของสนามแม่เหล็ก

                3.         หลอดไฟฟ้า

                4.         วิทยุ




21.           ขดลวดสนามแม่เหล็กของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องหนึ่ง  มีแรงเคลื่อนตกคร่อม  220  โวลต์

                และมีกระแสไหล  4  แอมแปร์  จงหาความต้านทานของขดลวดสนามเหล็กขดนี้

                1.         880   โอห์ม

                2.         85     โอห์ม

                3.         65     โอห์ม

                4.         55     โอห์ม

22.           ไฮโดรมิเตอร์ใช้วัด

                1.         กำลังไฟฟ้า

                2.         แรงเคลื่อนไฟฟ้า

                3.         ความถ่วงจำเพาะ

                4.         ความหนานแน่น

23.           จงหาแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ต้องใช้เพื่อให้กระแส  5   แอมแปร์  ไหลผ่านเตารีดไฟฟ้า

                ซึ่งมีความต้านทาน  44  โอห์ม

                1.         20    แอมแปร์

                2.         15    แอมแปร์

3.         10    แอมแปร์

4.         1210  แอมแปร์

24. อนุภาคที่เล็กที่สุด  ซึ่งประกอบกันเป็นอะตอมคือ

                1.         โปรตอนและอิเลคตรอน

                2.         นิวตรอนและโปรตอน

                3.         นิวตรอนและอิเลคตรอน

                4.         ไม่มีคำตอบ

25.           เขื่อนไฟฟ้าน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ  ตั้งอยืที่จังหวัดใด

                1.         ชัยนาท

                2.         เพชรบุรี

                3.         ขอนแก่น

                4.         ตาก

26.           เซลไฟฟ้า  3  เซลต่อขนานกัน  แต่ละเซลมีแรงเคลื่อนไฟฟ้า  1.2  โวลต์  และมีความต้านทานภายใน  0.06  โอห์ม  จงหากระแสไฟฟ้าไหลผ่านความต้านทานภายนอก  0.1  โอห์ม

                1.         20    แอมแปร์

                2.         10    แอมแปร์

3.         8      แอมแปร์

4.         6      แอมแปร์

27.           ความต้านทานของขดลวดมอเตอร์มีค่า  30   โอห์ม   ต่อกับแรงเคลื่อนไฟฟ้า  115 

                โวลต์จงหากระแสที่ไหลในขดลวดนี้

                1.         3.83   แอมแปร์

                2.         4.33   แอมแปร์

                3.         30      แอมแปร์

                4.         0.26   แอมแปร์

28.           แอมมิเตอร์ใช้วัด

                1.         แรงเคลื่อนไฟฟ้า

                2.         กำลังไฟฟ้า

                3.         กระแสไฟฟ้า

                4.         ความต้านทาน

29.           บาลาสท์ของหลอดฟลูออเรสเซ็นต์  ชนิด  40  วัตต์  ให้แรงเคลื่อน  110  โวลต์ทำหน้าที่

                1.         เพิ่มแรงเคลื่อนให้สูง

                2.         ลดแรงเคลื่อนให้ต่ำลง

                3.         เปลี่ยนไฟสลับให้เป็นไฟตรง

                4.         เพิ่มความถี่

30.           จงบอกอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานรูปอื่น

                1.         เซลแห้ง

                2.         เตารีดไฟฟ้า

                3.         ไดนาโม

                4.         หม้อแปลงไฟฟ้า


จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ ช่างไฟฟ้า การประปาส่วนภูมิภาค ล่าสุด  
แนวข้อสอบความรู้เฉพาะตำแหน่งที่ใช้สอบช่างไฟฟ้า
แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป 
แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับการประปาส่วนภูมิภาค  
แนวข้อสอบความรู้เกียวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษพื้นฐาน

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบ วิศวกร กปน. การประปานครหลวง
แนวข้อสอบ วิศวกร กปน. การประปานครหลวง

ข้อที่ : 1 ข้อมูลใดไม่ใช่ในการคํานวณหาปริมาณน้าดิบสําหรับผลิตน้ำประปา
1 : จํานวนประชากรที่รับบริการน้ำประปา
2 : อัตราการใชน้ำของประชากร
3 : ขอบเขตและประเภทของพื้นที่รับบริการประปา
4 : อายุเฉลี่ยของประชากรที่รับบริการน้ำประปา

ข้อที่ : 2 ข้อใดเป็นลักษณะสมบัติทางกายภาพของน้ำ
1 : ความขุ่น สี กลิ่น
2 : ความขุ่น รส ความกระด้าง
3 : อุณหภูมิ ความเป็นด้าง พีเอช
4 : อุณหภูมิ กลิ่น ความกระด้าง

ข้อที่ : 3 ข้อใดกล่าวผิด
1 : น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหม่ มักมีค่า PH ต่ำ
2 : น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหม่ มีค่าดีโอสูง
3 : น้ำบาดาลมักมีปริมาณเหล็กและแมงกานีสสูงกว่าน้ำผิวดิน
4 : น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหม่ มักใส

ข้อที่ : 4 ความเป็นกระด้างของน้ำธรรมชาติ เกิดจาก
1 : สารเคมีปนเปื้อน
2 : แร่ธาตุมากเกินไป
3 : ปูนขาวจากหิน
4 : ผิดถูกทุกขอ


ข้อที่ : 5 อัตราการใช้น้ำส่วนบุคคลไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยใด
1 : ค่าน้ำประปา
2 : สภาพอากาศ
3 : น้ำใชเพื่องานสาธารณะประโยชน์
4 : คุณภาพน้ำประปา

ข้อที่ : 6 กระทรวงอุตสาหกรรมได้กําหนดค่ามาตรฐานความขุ่นของน้ำดื่มไว้ที่เท่าใด
1 : 2 units
2 : 3 units
3 : 4 units
4 : 4:5 units

ข้อที่ : 7 ข้อใดกล่าวผิด
1 : น้ำกระด้างทําให้สิ้นเปลืองสบู่ในงานซักล้างต่างๆ
2 : น้ำกระด้างทําให้เกิดตะกรันในหม่อน้ำ
3 : สาเหตุที่ทําให้เกิดความกระด้างคือ แคลเซียม และ แมกนีเซียม
4 : น้ำประปาไม่ควรมีความกระด้างเกิน 150 มก./ลm CaCO3

ข้อที่ : 8 คราบสีเหลืองที่เกิดขึ้นในเครื่องสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ เกิดจากอะไร
1 : ทองแดง
2 : เหล็ก
3 : คลอไรด์
4 : แมกนีเซียม

ข้อที่ : 9 ในกรณีใดที่จําเป็นต้องมีอ่างเก็บน้ำ
1 : อัตราเฉลี่ยของการไหลในแม่น้ำ> อัตราเฉลี่ยของการใชน้ำ อัตราต่ำสุดของการไหลในแมน้ำ< อัตราเฉลี่ยการใชน้ำ
2 : อัตราเฉลี่ยของการไหลของแม่น้ำ = อัตราเฉลี่ยของความต้องการน้ำ
3 : อัตราต่ำสุดของการไหลในแม่น้ำ > อัตราสูงสุดของการใช้น้ำ
4 : อัตราเฉลี่ยของการไหลของแม่น้ำ > อัตราเฉลี่ยของความต้องการน้ำ

ข้อที่ : 10 มาตรฐานน้ำดื่มประเทศไทยเรื่องแบคทีเรียที่อาจทําให้เกิดโรคต่อมนุษย์ไดกําหนดค่า MPN เท่าไร
1 : น้อยกว่า 10.0 ต่อน้ำ 100 ml
2 : น้อยกว่า 20.0 ต่อน้ำ 1000 ml
3 : น้อยกว่า 2.2 ต่อน้ำ100 ml
4 : มากกว่า 2.5 ต่อน้ำ 1000 ml

ข้อที่ : 11 เทคนิคที่ใช้ในการเจาะบ่อบาดาลแบบฉีดน้ำตามแนวดิ่งลงไปในดินเรียกว่าอะไร
1 : Jet Drilling
2 : Percussion
3 : Rotary
4 : Casing

ข้อที่ : 12 ตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำบริโภค ค่าดัชนีคุณภาพน้ำใดที่ต้องไม่พบในน้ำเลย
1 : Coli form
2 : E. Coli
3 : Mercury
4 : Lead

ข้อที่ : 13 ข้อใดไม่จัดเป็นแหล่งน้ำดิบสําหรับการผลิตน้ำประปาที่สําคัญของไทย
1 : น้ำบาดาล
2 : น้ำกร่อย
3 : น้ำคลอง
4 : แม่น้ำ

ข้อที่ : 14 หากพบว่าในน้ำมีตะกอนสีแดง น่าจะสันนิษฐานได้ว่าในน้ำดังกล่าวมีการปนเปื้อนสิ่งใด
1 : แมงกานีส
2 : คลอไรด
3 : เหล็ก
4 : สารหนู

ข้อที่ : 15 ข้อใดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณการใช้น้ำประปา
1 : ฤดูกาล
2 : ฐานะของประชาชน
3 : คุณภาพของน้ำประปาที่ผลิตได้
4 : ถูกทุกข้อ

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบ นักวิเคราะห์ระบบสถิติ 4 การประปาส่วนภูมิภาค
แนวข้อสอบ นักวิเคราะห์ระบบสถิติ 4 การประปาส่วนภูมิภาค

                

แนวข้อสอบ  พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค  พ.ศ. 2522

1.                   ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้คือใคร

ก.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ข.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ค.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ง.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร

ตอบ       ก.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

มาตรา 4  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้  และให้มีอำนาจออกระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ

2.                   ผู้สอบบัญชีมีอำนาจในการตรวจสอบสิ่งใดต่อไปนี้

ก.       ตรวจสอบสรรพสมุดของ กปภ.

ข.       ตรวจสอบบัญชีของ กปภ.

ค.       ตรวจสอบเอกสารหลักฐานของ กปภ.

ง.       ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

ตอบ       ง.  ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

มาตรา 43  ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุด บัญชี และเอกสารหลักฐานของ กปภ. เพื่อการนี้ให้มีอำนาจสอบถามประธานกรรมการ  กรรมการ  ผู้ว่าการ  พนักงานและลูกจ้างของ กปภ.

3.                   ประธานกรรมการหรือกรรมการให้ดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี

ก.       ดำรงตำแหน่งคราวละสองปี

ข.       ดำรงตำแหน่งคราวละสามปี

ค.       ดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี

ง.       ดำรงตำแหน่งคราวละห้าปี

ตอบ       ข.  ดำรงตำแหน่งคราวละสามปี

มาตรา 15  ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี  ในกรณีที่กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ  หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง  ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับ  วาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว  เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง  หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่  ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่  ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้  แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

4.             ผู้ว่าการมีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการของ กปภ. ให้เป็นไปตามกฎหมายตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของ กปภ.  ซึ่งผู้ว่าการต้องรับผิดชอบต่อบุคคลใดในการบริหารกิจของของ กปภ.

ก.       คณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค

ข.       หัวหน้าคณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค

ค.       กรรมการประปาส่วนภูมิภาค

ง.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ตอบ       ก.  คณะกรรมการการประปาภูมิส่วนภูมิภาค

มาตรา 22  ผู้ว่าการมีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการของ กปภ. ให้เป็นไปตามกฎหมายตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของ กปภ. และตามนโยบายและข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนดกับมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างทุกตำแหน่ง  ผู้ว่าการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของ กปภ.

5.                   การประปาส่วนภูมิภาคสังกัดกระทรวงใด

ก.       กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ข.       กระทรวงมหาดไทย

ค.       กระทรวงกลาโหม

ง.       กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ตอบ       ข.  กระทรวงมหาดไทย

6.                   พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522  ภูมิพลอดุยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่เท่าใด

ก.       วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522

ข.       วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522

ค.       วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522

ง.       วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522

ตอบ       ก.  วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522

พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522  ภูมิพลอดุยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522  เป็นปีที่ 34 ในรัชกาลปัจจุบัน

7.                   ข้อใดกล่าวถูกต้อง

ก.       ประธานกรรมให้ดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี

ข.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ค.       คณะกรรมการมีหน้าที่กำหนดราคาจำหน่ายน้ำประปา

ง.       กปภ. มีหน้าที่ในการสำรวจ  วางแผน  และสร้างระบบการผลิตน้ำประปา

ตอบ       ค.  คณะกรรมการมีหน้าที่กำหนดราคาจำหน่ายน้ำประปา

8.                   ข้อใดต่อไปนี้ต้องรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้

ก.       ลงทุนเพื่อขยายโครงการเดิมหรือริเริ่มโครงการใหม่

ข.       ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

ค.       กำหนดอัตราราคาจำหน่ายน้ำประปา

ง.       ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

ตอบ       ง.  ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

มาตรา 48  กปภ. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินการ  ดังต่อไปนี้ได้

(1)          ลงทุนเพื่อขยายโครงการเดิมหรือริเริ่มโครงการใหม่ซึ่งมีวงเงินเกินห้าล้านบาท

(2)          กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินมีจำนวนเกินห้าล้านบาท

(3)          ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

(4)          จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์อันมีราคาเกินห้าล้านบาท

(5)          จำหน่ายทรัพย์สินอันมีราคาเกินหนึ่งแสนบาทจากบัญชีเป็นสูญ

(6)          กำหนดอัตราราคาจำหน่ายน้ำประปา

(7)          ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์แก่การประกอบ  และส่งเสริมธุรกิจของ กปภ.

9.                   ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคคนปัจจุบันคือใคร

ก.       นายฤทธิรงค์  จัยสิน

ข.       นายวิเศษ  ชำนาญวงษ์

ค.       นางรัตนา  กิจวรรณ

ง.       นางศิริพร  เล็กอุดม

ตอบ       ข.  นายวิเศษ  ชำนาญวงษ์

10.                อำนาจหน้าที่ของการประปาส่วนภูมิภาคคือข้อใด

ก.       สำรวจ วางแผน และสร้างระบบการผลิต การส่ง และการจำหน่ายน้ำประปา

ข.       กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้น้ำประปา

ค.       ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

ง.       ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ

มาตรา 7  ให้ กปภ. มีอำนาจกระทำกิจการต่างๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตาม มาตรา ๕ และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

(1)       ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือทรัพย์สินต่างๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักร  ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้

(2)          สำรวจ วางแผน และพัฒนาแหล่งน้ำดิบ ตลอดจนจัดให้ได้มาซึ่งน้ำดิบ

(3)          สำรวจ วางแผน และสร้างระบบการผลิต การส่ง และการจำหน่ายน้ำประปา

(4)       กำหนดราคาจำหน่ายน้ำประปา อัตราค่าบริการ ค่าเครื่องอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนวิธีการและเงื่อนไขในการชำระราคาและค่าตอบแทนดังกล่าว

(5)          กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้น้ำประปา  เพื่อประโยชน์ในการให้บริการสาธารณูปโภค

(6)          กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการใช้และบำรุงรักษาทรัพย์สินของ กปภ.

(7)          กู้หรือยืมเงินภายในและภายนอกราชอาณาจักร

(8)          ให้กู้หรือให้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แก่การประกอบและส่งเสริมธุรกิจของ กปภ.

(9)          ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนหรือร่วมกิจการกับบุคคลอื่นเพื่อ

จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ การปะปาส่วนภูมิภาค นักวิเคราะห์ระบบสถิติ 4 ใหม่ล่าสุด 
- ความรู้เฉพาะตำแหน่งที่ใช้สอบ
ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ   
ข้อสอบการคำนวนสถิติ เฉลยอย่างละเอียด   
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสถิติ
- ความรู้ความสามารถทั่วไป
- วิชาภาษาไทย
- ความรู้เกียวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน
- ความรู้เกียวกับการประปาส่วนภูมิภาค
- ความรู้เกียวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
- ภาษาอังกฤษพื้นฐาน

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบ นักประชาสัมพันธ์ กปภ. การประปาส่วนภูมิภาค
แนวข้อสอบ นักประชาสัมพันธ์ กปภ. การประปาส่วนภูมิภาค
                
แนวข้อสอบ นักประชาสัมพันธ์ 

1.      นักประชาสัมพันธ์  มีหน้าที่ตามข้อใด
ก.  ประกาศโฆษณาสินค้า    ข.  ตอบคำถามทั่วไป
ค.  ปรากฎตัวในงานกุศล    ง.  สร้างความเข้าใจ
ตอบ ง.  สร้างความเข้าใจ
 หน้าที่โดยตรงของนักประชาสัมพันธ์  คือเป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ร่วมงานตลอดจนสร้างความเข้าใจอันดีกับประชาชนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันทั้งทางตรงและทางอ้อม  โดยภาระหน้าที่หลักอันเป็นหัวใจสำคัญของนักประชาสัมพันธ์มี  8  ประการคือ
1.  การเขียน     2.  การแก้ไขตกแต่งต้นฉบับ
3.  การติดต่อสื่อสาร    4.  การส่งเสริมเผยแพร่
5.  การปาฐกถา    6.  การผลิตอุปกรณ์และเผยแพร่ผลงาน
7.  การจัดทำรายการ    8.  การโฆษณาสถาบัน

2.      ถ้านักประชาสัมพันธ์คือผู้ส่งสาร  ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่นักประชาสัมพันธ์ให้ความสำคัญมากที่สุด
ก.  คณะรัฐบาล     ข.  สื่อมวลชน
ค.  พรรคการเมือง     ง.  ผิดทุกข้อ
ตอบ ง.  ผิดทุกข้อ
 การประชาสัมพันธ์เป็นการติดต่อสื่อสารเพื่อการจูงใจ  เพื่อช่วยให้ผู้ศึกษาได้มีความเข้าใจอย่างแท้จริงในมนุษย์ (มวลชน)  และสังคม  ขณะเดียวกันต้องมีทักษะในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารเป็นอย่างดีไม่ว่าด้านการเขียน  พูด  อ่าน  ฟัง  เพื่อถ่ายทอดความคิดเห็นจากองค์การไปสู่เป้าหมายที่นักประชาสัมพันธ์ให้ความสำคัญมากที่สุด  คือประชาชนโดยอาศัยการติดต่อสื่อสารหลายรูปแบบทั้งสื่อบุคคล  และใช้เครื่องมือสื่อสารมวลชนเป็นช่องทางเผยแพร่ข่าวสาร

3.      วิชาการประชาสัมพันธ์  มุ่งให้ผู้ศึกษามีความเข้าใจอย่างแท้จริงในเรื่องใด
ก.  บุคลิกภาพ     ข.  การพูด
ค.  มวลชน     ง.  ความน่าเชื่อถือ
ตอบ ค.  มวลชน
 คำอธิบายดังข้อข้างต้น

4.      การสื่อสารในข้อใดเปรียบเหมือนสะพานคอยเชื่อมโยงความสันพันธ์ระหว่างหน่วยงานกับมวลชนที่เกี่ยวข้อง
ก.  การสารนิเทศ     ข.  การประชาสัมพันธ์
ค.  การส่งเสริมการจำหน่าย    ง.  กิจการสาธารณะ
ตอบ ข.  การประชาสัมพันธ์

5.      การประชาสัมพันธ์เป็นกระบวนการสื่อสารขององค์กรกับสิ่งใด
ก.  การดำเนินงานทางธุรกิจกับสังคม  ข.  สาธารณชนกับสังคม
ค.  สถานบันทางการสื่อสารมวลชน   ง.  งานโฆษณาและงานประชาสัมพันธ์
ตอบ ข.  สาธารณชนกับสังคม

6.      ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับงานประชาสันพันธ์
ก.  การดำเนินการเพื่อสถาบัน  และมวลชน
ข.  มีการกระทำที่ต่อเนื่องยาวนานไม่ลดละ
ค.  ไม่มีการกำหนดกลุ่มชน
ง.  มีการวางแผนงาน
ตอบ ค.  ไม่มีการกำหนดกลุ่มชน

7.      ข้อใดหมายถึงการสารนิเทศ
ก.  การให้ข่าวสาร     ข.  การโฆษณา
ค.  การป่าวประกาศ    ง.  การสร้างแรงจูงใจ
ตอบ ก.  การให้ข่าวสาร

8.      ข้อใดคือหลักสำคัญข้อแรกขององค์ประกอบพื้นฐานของการประชาสันพันธ์
ก.  กระบวนการสื่อสารศิลปนิเทศน์   ข.  ปรัชญาการบริหารสังคม
ค.  กำหนดแผนงานประชาสันพันธ์   ง.  หมายถึงการติดต่อสื่อสาร
ตอบ ข.  ปรัชญาการบริหารสังคม

9.      องค์กรนักประชาสันพันธ์ของประเทศใดได้ก่อตั้งหลักจรรยาบรรณของนักประชาสันพันธ์จนเป็นที่ยอมรับทั่วไป
ก.  อังกฤษ     ข.  สวิตเซอร์แลนด์
ค.  เยอรมนี     ง.  ผิดทุกข้อ
ตอบ ง.  ผิดทุกข้อ

10.    นักประชาสัมพันธ์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรอบรู้กว้างขวางทางด้านใด
ก.  สุนทรียศาสตร์     ข.  สังคมศาสตร์
ค.  วิทยาศาสตร์     ง.  ประชากรศาสตร์
ตอบ ข.  สังคมศาสตร์

11.    องค์กรประชาสัมพันธ์ในข้อใดเมื่อเริ่มดำเนินการได้จัดทำแบบอุตสาหกรรมในครอบครัว
ก.  Publicity     ข.  Information  Service
ค.  Guest  Relations    ง.  Press  Agent
ตอบ ง.  Press  Agent

12.    จุดเด่นของนักประชาสัมพันธ์สตรีในการปฏิบัติงานได้ดีเท่าเทียมชายคืออะไร
ก.  ตรงไปตรงมา     ข.  เข้มแข็ง  หนักแน่น
ค.  มีความคล่องตัว     ง.  ไม่ก้าวก่ายงานบริหาร
ตอบ ค.  มีความคล่องตัว

13.    ข้อใดไม่ใช่บริษัทรับจ้างดำเนินงานประชาสัมพันธ์ที่มีชื่อเสียงหนึ่งในสิบของโลก
ก.  Ruder & Finn     ข.  Hill & Dnowlton
ค.  PRSA      ง.  Carl  Byoir & Assocs
ตอบ ค.  PRSA

14.    สิ่งพิมพ์เมื่อเริ่มตั้งถิ่นฐานของสหรัฐได้ดำเนินการพิมพ์เผยแพร่ในมลรัฐใดเป็นครั้งแรก
ก.  นิวยอร์ก     ข.  ฟิลาเดลเฟีย
ค.  มิสซูรี่      ง.  แมสสาจูเสท
ตอบ ง.  แมสสาจูเสท

15.    มีผู้เป็นแรงผลักดันให้เกิดกระแส “ศักราชของแจคสัน” ส่งผลให้วิวัฒนาการของสื่อใดเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
ก.  แผ่นปลิวประชาสัมพันธ์   ข.  จดหมายข่าว
ค.  วารสารประชาสัมพันธ์    ง.  หนังสือพิมพ์
ตอบ ง.  หนังสือพิมพ์

16.    ใครคือนักประชาสัมพันธ์ผู้แนะนำไม่ให้องค์กรหรือบุคคลกระทำตนสวนกระแสประชามติ
ก.  พอล  การ์เรท     ข.  ไอวี่  ลี
ค.  จอห์น  ฮิล     ง.  จอร์จ  ครีล
ตอบ ข.  ไอวี่  ลี

17.    สื่อประชาสัมพันธ์ที่วิวัฒนาการต่อจากสัญญาณที่ทำด้วยวัสดุพื้นบ้านคืออะไร
ก.  ภาษาพูด     ข.  ภาษาเขียน
ค.  ก่อสร้างเทวสถาน    ง.  ลัทธิบูชาวิญญาณ
ตอบ ก.  ภาษาพูด

18.   เพราะเหตุใด “Amos  Kendall” จึงมีความชำนาญสูงในการใช้สื่อประชาสัมพันธ์สมัยประธานาธิบดีแจคสัน
ก.  นักโฆษณา     ข.  นักหนังสือพิมพ์
ค.  นักการเมือง     ง.  อาจารย์มหาวิทยาลัย
ตอบ ข.  นักหนังสือพิมพ์

19.    หน้าที่ของบุคคลผู้อำนวยความสะดวกแก่ผู้มาติดต่อสื่อสารคือการต้อนรับแขกนั่นเองคือความหมายข้อใด
ก.  Group  Interview    ข.  Interpersonal  Communication
ค.  Information     ง.  Information  Service
ตอบ ค.  Information

20.    ภาระหน้าที่หลักอันเป็นหัวใจสำคัญของนักประชาสัมพันธ์มีกี่ประการ
ก.  สาม      ข.  ห้า
ค.  แปด      ง.  สิบ
ตอบ ค.  แปด

21.    การจัดทำวารสารปริทรรศน์  เป็นงานที่ต้องการบรรลุเป้าหมายงานประชาสัมพันธ์  จึงเกี่ยวข้องกับผู้ช่วยจากภายนอก  หมายถึงใคร
ก.  นักประชาสัมพันธ์ธุรกิจ
ข.  นักโฆษณาเชิงกลยุทธ์
ค.  นักประชาสัมพันธ์อิสระ
ง.  ผู้สนับสนุนกิจกรรมพิเศษอย่างประหยัด
ตอบ ค.  นักประชาสัมพันธ์อิสระ

22.    หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยต้องจัดทำป้ายนิเทศ  เผยแพร่สิ่งพิมพ์ของสถาบัน  นับว่าเป็นหน้าที่ในข้อใด
ก.  การพูด      ข.  การเขียน
ค.  การจัดจำหน่าย     ง.  การแก้ไขตกแต่งต้นฉบับ
ตอบ ง.  การแก้ไขตกแต่งต้นฉบับ

23.    ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำด่านแรกขององค์กร
ก.  ต้อนรับขับสู่อย่างเต็มใจ    ข.  คอยชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ
ค.  มีความรู้ในสถาบันเป็นอย่างดียิ่ง   ง.  สำรวจทัศนคติของประชาชน
ตอบ ง.  สำรวจทัศนคติของประชาชน

24.    การรับฟังข้อมูลย้อนกลับตามแนวทางการสื่อสารแบบแฟรงกินส์  รูสเวลส์
ก.  ยุคลวิถี      ข.  จดหมายข่าว
ค.  ซื้อพื้นที่ข่าวแฝงโฆษณา    ง.  พูดจาจูงใจล่วงหน้า
ตอบ ก.  ยุคลวิถี

25.    กรรมวิธีการวางแผนประชาสัมพันธ์ในงานค้นคว้าวิจัยหมายถึงขั้นใด
ก.  การพูด      ข.  การเขียน
ค.  การฟัง      ง.  การคิด
ตอบ ค.  การฟัง

26.    ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร  รายงานประจำปี  ประกาศ  คำสั่ง  และสิ่งตีพิมพ์อื่น ๆ ของบริษัท
ฟิล์มคุนิวะ  คืออะไร
ก.  ห้องสมุดเฉพาะ     ข.  ศูนย์ข่าวเชิงยุทธ์
ค.  สื่อพีอาร์เคลื่อนที่    ง.  ศูนย์ฝึกอบรม
ตอบ ก.  ห้องสมุดเฉพาะ

27.    วิธีวิจัยงานประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพสมัยอดีตประธานาธิบดีรูลเวลส์  และยังนำมาใช้ได้ดีในปัจจุบันคืออะไร
ก.  Public  Relations  Advertising   ข.  Information  Analysis
ค.  Urban  Task  Force    ง.  The  Two - way  Street  Concept
ตอบ ง.  The  Two - way  Street  Concept

28.    จินตราไปสมัครงานที่สถานฑูตเดนมาร์ก  เธอต้องการเจาะลึกเรื่องงานสารนิเทศระหว่างประเทศเดนมาร์กกับประเทศอาเซียน  จะค้นหาข่าวสารได้จากที่ใด
ก.  Information     ข.  Reception
ค.  Public  Viewpoint    ง.  Fact  File
ตอบ ง.  Fact  File

29.    ข้อใดไม่ใช่คำขวัญประชาสัมพันธ์เพื่อสังคม
ก.  ช่วยกันรักษากรุงเทพฯ ให้มีสีเขียว ออโตโมบิลส์ เปอโย
ข.  ประหยัดน้ำมันวันละนิดข่วยเศรษฐกิจของชาติ
ค.  คลอสเตอร์เบียร์ส่งเสริมการอนุรักษ์เต่าทะเล...จากเบียร์รสชาติแบบไทย ๆ
ง.  ไม่มีป่า  ไม่มีเราจากสมาคมนักการตลาดแห่งประเทศไทย
ตอบ ค.  คลอสเตอร์เบียร์ส่งเสริมการอนุรักษ์เต่าทะเล...จากเบียร์รสชาติแบบไทย ๆ

30.    การวางแผนประชาสัมพันธ์ในกรณีอุบัติเหตุและฉุกเฉิน  กรณีพายุเฮอร์ริเคนมิตซ์  พัดถล่มประเทศในอเมริกากลาง  เกี่ยวข้องกับข้อใด
ก.  ต้องการคำตอบโดยทันที
ข.  โครงการที่ต้องวางกลยุทธ์ซับซ้อน
ค.  ดำเนินการในระยะสั้น
ง.  ใช้ระยะเวลากลางในการทำงาน พี. อาร์. ต่อเนื่องกันไป
ตอบ ค.  ดำเนินการในระยะสั้น



จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ นักประชาสัมพันธ์ กปภ. การประปาส่วนภูมิภาค ใหม่ล่าสุด 
- ข้อสอบความรู้เฉพาะตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ 
- ข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป  

- ข้อสอบวิชาภาษาไทย
- ข้อสอบความรู้เกียวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ
- ข้อสอบความรู้เกียวกับการประปานครหลวง
- ข้อสอบความรู้เกียวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น 
- ข้อสอบภาษาอังกฤษพื้นฐาน 
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบ นักบริหารงานทั่วไป 4 การประปาส่วนภูมิภาค
แนวข้อสอบ นักบริหารงานทั่วไป 4 การประปาส่วนภูมิภาค
                
แนวข้อสอบ การบริหารงานทั่วไป


1)  การออกหนังสือรับรองต้องติดรูปถ่ายหรือไม่ตามระเบียบงานสารบรรณ1. ต้องติดทุกครั้งตามเรียบ2. ไม่จำเป็น3. ในกรณีเป็นเรื่องสำคัญที่ออกให้บุคคลให้ติดรูปถ่ายด้วย4. ให้อยู่ในดุลพินิจของเจ้าหน้าที่5. แล้วแต่ความต้องการของผู้ช่วย2)  คำว่า " งบประมาณเกินดุล "หมายความว่าอย่างไร1.ปริมาณเงินไหลเข้าประเทศมากกว่าไหลออก2.มูลค่าสินค้าส่งออกมากกว่ามูลค่าสินค้าสินค้านำเข้า3.รัฐบาลมีรายได้มากกว่ารายจ่าย4.ประเทศมีรายได้มากกว่ารายจ่าย5.รายรับของรัฐบาลมากกว่ารายจ่ายของรัฐบาล 3) คำว่า "งบประมาณสมดุล "หมายความว่าอย่างไร1.ปริมาณเงินไหลเข้าประเทศมากกว่าไหลออก2.มูลค่าสินค้าส่งออกมากกว่ามูลค่าสินค้าสินค้านำเข้า3.รัฐบาลมีรายได้มากกว่ารายจ่าย4.ประเทศมีรายได้มากกว่ารายจ่าย5.รายรับของรัฐบาลมากกว่ารายจ่ายของรัฐบาล4) ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่มักขาดดุลการค้าเป็นเพราะสาเหตุใด1.มีการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรมาก2.มีความต้องการนำเข้าสินค้าทุนมาก3.มีความต้องการสินค้าที่ผลิตภายในประเทศมาก4.มีความต้องการบริโภคสินค้าและบริการมาก5.ประชาชนส่วนใหญ่ดำรงชีพอย่างไม่ประหยัด5) ปัจจัยสำคัญที่สุดในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาได้แก่1.การเพิ่มขึ้นของกำลังแรงงานทำให้อัตราค่าแรงในประเทศต่ำ2.การนำกรรมวิธีในการผลิตใหม่ๆมาใช้ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง3.การที่ประชาชนจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อสินค้าและบริการทำให้อุปสงค์รวมเพิ่มขึ้น4.การนำเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามามากทำให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศลดลง
5.ไม่มีข้อใดถูก6) ข้อใดกล่าวถึงความหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีที่สุด1.รายได้ประชาชาติที่แท้จริงเพิ่มขึ้นพร้อมๆกับประชากรเพิ่มขึ้น2.รายได้ประชาชาติต่อหัวสูงขึ้นพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อมีอัตราสูง3.รายได้ประชาชาติต่อหัวเพิ่มขึ้นพร้อมๆกับการแบ่งปันรายได้เท่าเทียมกันมากขึ้น4.รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นพร้อมกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในอัตราสูง5.มีการส่งออกสินค้าการเกษตรเพิ่มมากขึ้น
7) ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญที่สุดของการปกครองระบอบประชาธิปไตย1.การยอมให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย2.การยอมให้ประชาชนมีสิทธิ์และเสรีภาพเต็มที่3.การยอมให้ประชาชนได้เลือกตั้งผู้แทนราษฎรโดยตรง4.การถือว่าผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนของปวงชน5.การถือว่าอำนาจอธิปไตยมาจากพรรคที่มีเสียงข้างมาก8) ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภากรณีใดที่ทำให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่ง1.เมื่อมีการยุบสภา2.เมื่อรัฐมนตรีจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งลาออก3.เมื่อรัฐสภามีมติไม่ไว้วางใจ4.เมื่อรัฐสภาไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐบาล5.เมื่อรัฐมนตรีในคณะมีมลทินมัวหมอง9) การยุบสภาเป็นวิธีการหนึ่งที่รัฐบาลทำได้ในกรณีมีความขัดแย้งกับสภาผู้แทนราษฎรจุดมุ่งหมายในการยุบสภา คืออะไร1.เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งใหม่2.เพื่อให้รัฐบาลปรับปรุงคณะรัฐมนตรี3.เพื่อให้ ส.ส.สำนึกในบทบาทที่ดี4.เพื่อยกเลิกการปกครองแบบรัฐสภา5.เพื่อปรับปรุงบทบาทของรัฐสภาในการปกครองประเทศ
10) คำว่า " คณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภา "หมายความว่าอย่างไร1.คณะรัฐมนตรีต้องบริหารบ้านเมืองภายใต้การควบคุมของรัฐสภา2.คณะรัฐมนตรีอาจถูกรัฐสภาอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจ3.คณะรัฐมนตรีอาจอยู่ในตำแหน่งได้ถ้ารัฐสภาไม่ไว้วางใจ4.คณะรัฐมนตรีต้องรายงานการปฏิบัติงานต่อรัฐสภา5.รัฐสภามีอำนาจตรวจสอบและกำหนดภารกิจให้ปฏิบัติ11) หลักการจัดระเบียบบริหารราชการข้อใดที่จะทำให้ประชาชนมีโอกาสปกครองตนเองตามวิถีทางประชาธิปไตยได้ดีที่สุด1.หลักการรวมอำนาจปกครองไว้ที่ส่วนกลาง2.หลักการรวมอำนาจปกครองปกครองไว้ที่บุคคลคนเดียว3.หลักการกระจายอำนาจปกครองให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น4.หลักการรวมอำนาจไว้ที่พรรคๆ เดียว5.หลักการให้ฝ่ายการเมืองมีอำนาจเหนือราชการประจำ

ชุด 2
12) เพราะเหตุใดมนุษย์จึงต้องอยู่รวมกันเป็นสังคม1.ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นไม่สามารถอยู่คนเดียวได้2.ต้องช่วยเหลือแบ่งงานกันทำ3.ต้องการความอยู่รอด4.ต้องร่วมมือกันสร้างวัฒนธรรม5.ต้องอยู่รวมกันโดยธรรมชาติ
13.ข้อใดคอแนวทางการจัดระเบียบกฎเกณฑ์ทางสังคม
1.แนวทางและแบบแผนการปฏิบัติของคนในสังคม2.การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม3.บุคคลเข้าใจจุดประสงค์ของสถาบัน4.บุคคลต้องช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน5.ถูกทุกข้อ14) รายได้ประชาชาติ (National income) วัดอะไร1.การกระจายรายได้ของประชากรในประเทศ2.อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ3.อัตราความก้าวหน้าของเทคโนโลยีของประเทศ4.มาตรฐานการครองชีพของประชาชนในประเทศ5.ความสามารถในการสร้างรายได้ของประชากร15) ข้อใดแสดงว่า ประเทศ ก. พัฒนามากกว่า ประเทศ ข.1.ประเทศ ก.เป็นประเทศอุตสาหกรรม ประเทศ ข.เป็นประเทศเกษตรกรรม2.จำนวนประชากรประเทศก. มากกว่าประเทศ ข.3.รายได้ประชาชาติเฉลี่ยต่อหัวประเทศ กง มากกว่าประเทศข.4..ประชาชนในประเทศ ก. มีคุณภาพมากกว่าประเทศข.5.ประชาชนในประเทศ ก. มี สุขภาพดีกว่าประเทศ ข.เฉลย.. 1. 3      2. 5     3. 5     4. 2     5. 4    6. 3    7. 1   
8. 1     9.1           10. 1     11. 3     12. 1    13. 2    14. 2    15. 3

จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ นักบริหารงานทั่วไป 4 การประปาส่วนภูมิภาค
- ข้อสอบความรู้เฉพาะตำแหน่งนักบริหารงานทั่วไป 4 การประปาส่วนภูมิภาค
- ข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป 

- ข้อสอบวิชาภาษาไทย 
- ข้อสอบความรู้เกียวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ 
- ข้อสอบความรู้เกียวกับการประปาส่วนภูมิภาค 
- ข้อสอบความรู้เกียวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น 
- ข้อสอบภาษาอังกฤษพื้นฐาน

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบ นักบริหารงานทั่วไป การประปานครหลวง
แนวข้อสอบ นักบริหารงานทั่วไป การประปานครหลวง


1.ข้อใดไม่ใช่วิสัยทัศน์ของการประปานครหลวง

2.ข้อใดมีความหมายว่า บันทึก (F1 ,F2,F3,F4,F5,F6)

3.การประปาที่ดูแล รับผิดชอบ  ภาคใต้ตอนบนคือเขต.....

4.หาค่าเฉลี่ยการใช้น้ำประปา 6 เดือนแรก (โจทย์ให้ตารางปริมาณการใช้น้ำ ทั้งปีมาให้)

5.ความสัมพันธ์เชิงตรรกศาสตร์ (ให้กลุ่มตัวเลข เพื่อหาความสัมพันธ์และถามว่าถูกกี่ข้อ  ผิดกี่ข้อ)

6.ผู้เข้าร่วมทำลายหนังสือราชการมีใครบ้าง  ระดับให กี่คน

7.หนังสือราชการเก่าๆ  ต้องนำไปเก็บไว้ที่ใด

8. หนังสือราชการทั่วไป  ต้องเก็บไว้อย่างน้อยกี่ปีก่อนจะนำไปทำลาย

9. กำหนด 3x +24 =x-5  ค่าของ x คือ

10.ความหมายของ  การจัดการเชิงกลยุทธ์

11.แผนพัฒนาเศรษกิจฉบับที่ 10 มุ่งเน้นด้านใด

12.ข้อใดแสดงถึงบทบาท หน้าที่ของเจ้าของกิจการ

13.หน้าที่ของผู้บริหารระดับกลาง คือ

14.การใช้สูตร x-cell เพื่อคำนวณเงินเดือน และการจ่ายโบนัสพนักงาน(โจทย์กำหนดตารางแสดงรายละเอียดของพนักงานแต่ละคน)

15.ความหมายของสัญลักษณ์ ซิกม่าร์

16.ในการผลิตสินค้า A ต้องใช้วัตถุดิบ 100 กก. ใช้เวลาผลิต  5 ชั่วโมง  จากผลการปฎิบัติงานปรากฎว่านาย ก

ใช้วัตถุดิบอย่างระมัดระวัง  ไม่แตกหักหรือเสีย ซึ่งใช้วัตถุดิบเพียง 95 กก. ใช้เวลา 5 ชั่วโมง  จะสรุปการทำงานของนาย ก ว่าอย่างไร

17.ให้ระบุส่วนประกอบของรายงานการประชุม

18.ทรัพยากรทางการบริหารมีอะไรบ้าง

19. ภาษาอังกฤษข้อ 1-8 คือ การอ่านเพื่อจับใจความและสรุปเนื้อเรื่อง

20.ภาษาอังกฤษ ข้อ 9-15  ให้อ่านเนื้อเรื่องแล้วเติมข้อความในเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์


จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ นักบริหารงานทั่วไป การประปานครหลวง ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
ประกอบด้วย
- ข้อสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปและสารสนเทศ
- ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปานครหลวง
- แนวข้อสอบตำแหน่งนักบริหารงานทั่วไป


จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบ  การประปานครหลวง วิชาภาษาอังกฤษ
ข้อสอบ การประปานครหลวง วิชาภาษาอังกฤษ




1.   Grammar

แบบที่ 1  แบบตัวเลือก

Direction : Choose the best answer

1.         I had no sooner closed the door ….. somebody started knocking on it.

            a.     that                                                                                     b.     so

            c.     than                                                                                    d.     when

        Answer  c.  เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) “no sooner …… than”  ดังนั้นเมื่อมีคำว่า “no sooner…….”       จึงต้องใช้  “than”  คำตอบจึงเป็นข้อ  c.  เท่านั้น

2.         “I don’t like science fiction.”

            “ ……….. do I.”

            a.     Also                                                                                    b.     Either

            c.     Both                                                                                   d.     Nor

            Answer  c.  การกล่าวปฏิเสธเมื่อจะต้องกล่าวซ้ำอีกในประโยคที่ผ่านมาแล้วว่าจะไม่เป็นหรือไม่ทำเช่นนี้ เช่นนั้นอีก เราใช้โครงสร้างที่เป็น  Nor, Neither + กริยาช่วย + ประธาน เช่น  Nor do I.   หรือ Nor do I. หรือ    Neither did he.  ตัวเลือกจึงเป็นข้อ  d.

3.         Either of the women ………capable of looking after the baby.

            a.     are                                                                                      b.     is

            c.     they are                                                                             d.     she is

        Answer b.  การใช้  “Either”  เมื่อใช้ร่วมกับคำนาม (Noun)  หรือคำสรรพนาม (Pronoun)  ที่จะเป็นประธาน (Subject)  จะทำให้มีรูปเป็นเอกพจน์ (ศึกษาจาก  Grammar  เรื่อง  Agreement of Subject and Verb)  ทำให้ในข้อนี้จะต้องมีกริยาเป็นรูปเอกพจน์ จึงเลือกข้อ  b. 

4.         Hurry up ! ……… for you.

            a.     We all wait                                                                        b.     We all waited

            c.     We’ve all waited                                                              d.     We’ re all waiting

        Answer  d.  การใช้ข้อความอุทานมักจะบอกให้รู้ว่า ข้อความที่จะตามมาจะเป็นการเน้นให้เห็น Tense  ที่จะได้ใช้เป็น  Present Continuous Tense  เป็นส่วนใหญ่ (ศึกษาจาก  Tense   เรื่อง Present Continuous Tense  คำตอบจึงเป็นข้อ  d. 


5.         She’s a very selfish woman, but somehow you can’t help …….her.

            a.     liking                                                                                  b.     like

            c.     to like                                                                                 d.     that likes

            Answer  a.  เราใช้กริยา “can’t help”  เพื่อเป็นสำนวนที่แปลว่า  “อดไม่ได้ที่จะ”ซึ่งทำให้ต้องเป็นกริยาที่จะมีกรรมมารับ  (transitive Verb)  ตามมา จึงต้องใช้คำนามหรือ  V.ing   ทำให้ตัวเลือกจึงเป็นข้อ  a.

6.         Let’s have dinner together ………next week.

            a.     some time                                                                         b.     sometime

            c.     sometimes                                                                         d.     some times

            Answer a.   เราทราบว่า  “time”  หมายถึงเวลา แต่  “times”  หมายถึง จำนวนครั้งในที่นี้จะต้องแปลว่า “เวลา” และจะหมายถึงบางเวลา จึงไม่ได้คำขยาย  “some” เขียนติดกัน ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.

7.         The soup tasted ……….

            a.     wonderful                                                                         b.     wonderfully

            c.     wonder                                                                              d.     wondering

            Answer  a.  เราใช้กริยาเชื่อม  (linking Verb)  ที่จะมีคำขยายเป็น Adjective เท่านั้น เว้นแต่ว่า linking Verb นี้ ได้ให้ความหมายที่เด่นชัดหรือมีการเน้นเพื่อจะเป็นกริยาหลัก  (Main Verb)  จึงจะใช้ adverb  มาขยาย ดังนั้น linking Verb  โดยปกติจะใช้  Adjective มาขยายเท่านั้น ตัวเลือกที่เหมาะสมในที่นี้จึงเป็น Adjective  คือข้อ  a. 

8.         Shall we turn  ……… the program ?

            a.     on to                                                                                   b.     at

            c.     in                                                                                         d.     off

            Answer d.   เราใช้สำนวน   “turn off”  หมายถึง ปิด เช่น ปิดโทรทัศน์, ปิดวิทยุ และใช้  “turn on”  หมายถึง เปิด ดังวิธีการเปิดที่กล่าวมาแล้ว เช่น เปิดวิทยุ, เปิดโทรทัศน์ และในข้อนี้จะมีข้อ  d.  เหมาะสมที่สุด

9.         It is extremely important for children ……. to share things.

            a.     learning                                                                             b.     learned

            c.     to learn                                                                              d.     be learning

            Answer  c.   เราใช้คำที่เติมนี้นำไปขยาย “important”  ให้รู้ว่าสำคัญอย่างไร คือ สำคัญที่จะเรียน ทำให้คำที่เติมจะต้องไปขยาย  “important”  ซึ่งเป็นคำ Adjective  และเราทราบว่า  “adverb” จะขยาย “Adjective”  เราเห็นกริยา  “is”  เป็นกริยาช่วย ที่ใช้ทำหน้าที่เป็นกริยาแท้แล้วทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นกริยาไม่แท้   (Non-Finite Verb)  ซึ่งถ้านำไปใช้เป็น  adverb  ก็จะได้แก่ “important”  และขยาย Adjective “important”  ที่ให้ความหมายเด่นชัด จึงต้องมี      “to”  มาคั่น คำตอบจึงเป็น  “to learn”  ที่ข้อ  c. นั่นเอง



10.      Don’t come and see me today.  I’d rather you …….tomorrow.

            a.     will come                                                                           b.     have come

            c.     came                                                                                  d.     come

            Answer c.   เราใช้กริยาช่วย    “would rather”  เพื่อบอกถึงความไม่จริงในขณะที่พูด เพราะเราแปลว่า “อยากที่จะ”  ก็จะหมายถึงไม่ได้เป็นอย่างนั้นในขณะที่พูดนั้น ข้อความที่ได้แสดงว่าจะไม่จริง จึงไม่มีโอกาสใช้  Present Tense  เลย เพราะ   Tense  นี้จะต้องเป็นความจริงในปัจจุบันอีกด้วย ทำให้ข้อความที่จะเติมถ้าเป็น   Tense  ก็ต้องเป็น  Past Tense  อย่างเห็นได้ชัด เราใช้โครงสร้างแบบ  Subjunctive  ที่เป็น  Past หรือ  Past Perfect Subjunctive  นั่นเอง  ตัวเลือกจึงพิจารณาที่ข้อ  c.  เท่านั้น


แบบที่ 2  แบบเลือกข้อผิด

Direction : Choose the one that is not correct in English.

11.      In such a selfish society  as ours,  a couple needs to study each other before committing.

                                                                             a.                           b.                 c.

            Themselves to marriage.                                                      

                      d.

        Answer  b.  เราทราบว่าประธานในประโยคนี้คือ  “a couple”  ซึ่งหมายถึง  “คู่” จะให้ความหมายที่เป็นพหูพจน์ จึงทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นรูปพหูพจน์ไปด้วย โดยที่  “needs” จะต้องไม่เติม “ s ” นั่นคือข้อ “ b”  แก้เป็น   “need”

12.      John, had studied  his lecture notes thoroughly,  was well prepared for the Physics exam.

                      a.                                                                  b.     c.                            d.

            Answer  a.  ในประโยคนี้จะมีกริยาแท้  (K2)  และ K1 (Subject) เพียงอย่างละคำ  เราจะทราบว่ากริยาแท้เมื่อตามหลังประธานจะไม่มีเครื่องหมาย  Comma  คั่นโดยตรง เราจึงใช้เป็นส่วนขยาย ซึ่งในที่นี้จะเป็น   Participial phrase  คือ  “Having studied”  ทำให้ข้อ a.  ต้องแก้เป็นดังที่กล่าวไว้แล้ว

13.      She was thirstyso, she refused to drink  any soft drink.

                                 a.       b.                c.        d.

            Answer b.  ในประโยคนี้จะแสดงความขัดแย้งของ 2  main clause  ทั้ง  main clause หน้า และ main clause   หลัง เราจึงควรใช้  “but” แทนคำว่า  “so”  ในข้อ  b.

14.      American architecture is at is best  when  it concerns with  buildings  which have a practical purpose.

                                                               a.                                 b.                                     c.                             d.

        Answer  b.  เราทราบใน  clause  หลังว่าน่าจะใช้เป็น  Passive Voice  เพราะประธาน “ it ”  จะต้องเป็นผู้กระทำ จึงต้องแก้ไขในข้อ b.  เป็น  “ is concerned with”

15.      The ones who have read the book know the answer, but another don’t.

              a.               b.                        c.                                    d.

            Answer  d.  เราใช้  “the ones”  กับ  “the others” เพื่อบอกว่าอย่างหนึ่งหรือคนพวกหนึ่งเป็นอย่างไร      แต่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งควรจะชี้เฉพาะในกลุ่มที่เรากล่าวมาแล้วในส่วนแรก “the ones”  จึงทำให้ในส่วนหลังจะต้องเป็น “the others” เพื่อชี้เฉพาะในเรื่องนั้น และเป็นรูปพหูพจน์อีกด้วย จึงเลือกข้อ  d.  โดยแท้เป็น “the others” 

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้