ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : คู่มือเตรียมสอบตำรวจ สำหรับการสอบปี 2555
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

คู่มือเตรียมสอบตำรวจ สำหรับการสอบปี 2555

อ้างอิง: หัวข้อนี้ปักหมุด โดย admin เมื่อเวลา(2012-07-02)






สายป้องกันและปราบปราม 
หลักสูตรการสอบ 

ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง 
1. ประมวลกฎหมายอาญา 
2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 
3. กฎหมายลักษณะพยาน 
4. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และกฎ ก.ตร. ที่เกี่ยวข้อง 
- กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547 
- กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 
5. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 
แนวข้อสอบที่เปิดจำหน่าย 
รายละเอียดแนวข้อสอบสายป้องกันและปราบปราม 
ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง 
1. ประมวลกฎหมายอาญา พร้อมเฉลย 
2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พร้อมเฉลย 
3. กฎหมายลักษณะพยาน พร้อมเฉลย 
4. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 พร้อมเฉลย และกฎ ก.ตร. ที่เกี่ยวข้อง 
- กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547 พร้อมเฉลย 
- กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 พร้อมเฉลย 
5. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 พร้อมเฉลย 


สายอำนวยการ 
หลักสูตรการสอบ 
ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง 
1. ภาษาไทย 
2. ระเบียบงานสารบรรณ 2526 
3. ระเบียบการรักษาความลับทางราชการ 2544 
4. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และกฎ ก.ตร. ที่เกี่ยวข้อง 
- กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547 
- กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 
5. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 
แนวข้อสอบที่เปิดจำหน่าย 
ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง 
1. ภาษาไทย พร้อมเฉลย 
2. ระเบียบงานสารบรรณ 2526 พร้อมเฉลย 
3. ระเบียบการรักษาความลับทางราชการ 2544 พร้อมเฉลย 
4. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 พร้อมเฉลย และกฎ ก.ตร. ที่เกี่ยวข้อง 
- กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547 พร้อมเฉลย 
- กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 พร้อมเฉลย 
5. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 พร้อมเฉลย 


สายสืบสวนสอบสวน 
แนวข้อสอบที่เปิดจำหน่าย 
- แนวข้อสอบกฎหมาย ป.วิอาญา ป.อาญา และ กฎหมายพยาน พร้อมเฉลย 
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 พร้อมเฉลย 
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546พร้อมเฉลย 
- พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 พร้อมเฉลย 
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 พร้อมเฉลย 
- แนวข้อสอบตำรวจ กฏ ก.ตร.ประเมินผล และ จริยธรรม พร้อมเฉลย 
- แนวข้อสอบตำรวจ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2547 พร้อมเฉลย 
- เเนวข้อสอบรัฐธรรมนูญเเห่งราชอาณาจักรไทย 2550 พร้อมเฉลย 
- แนวข้อสอบจริยธรรมและกฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวล จรรยาบรรตำรวจ 2553 พร้อมเฉลย 
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจ 250 ข้อ 
- แนวข้อสอบตำรวจ 250 ข้อ 


สายตำรวจยศดาบตำรวจ อายุ 50 ปีขึ้นไป 
แนวข้อสอบที่เปิดจำหน่าย 
- ระเบียบ ตร. การกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2548 
- บทบาทภารกิจ กตช. ก.ตร. 
- ความรู้ในหน้าที่ตำรวจ 
- พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 
- อุดมคติของตำรวจ การบริหารงานในสถานีตำรวจ และ การบริหารงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
-โครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
- แนวข้อสอบตำรวจ กฏ ก.ตร.ประเมินผล และ จริยธรรม พร้อมเฉลย 
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 พร้อมเฉลย 
- แนวข้อสอบจริยธรรมและกฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวล จรรยาบรรตำรวจ 2553 
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม 
- แนวข้อสอบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจ 250 ข้อ 
- แนวข้อสอบตำรวจ 250 ข้อ 


ด่วน !! มีจำหน่ายแนวข้อสอบเก่าตํารวจสำหรับการสอบ ในปี 2555 
รวมแนวข้อสอบเก่า ลับมากๆ ( เจาะข้อสอบจากสนามจริง รับรองผล 10,000 % ) 
แนวข้อสอบที่ออกบ่อยมาก แนวข้อสอบที่ออกทุกปี 


สนใจสั่งซื้อมาที่   083-067-4168 , 080-604-2510  หรือ ส่ง SMS / (WhatsApp , LINE)
ส่งเป็นไฟล์เอกสารส่งทางอีเมล์ สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย  ในราคาเพียงชุดละ   399 บาท
ส่งเป็นไฟล์เอกสารทางอีเมล์ *อย่างด่วนภายใน 3 ชม. *อย่างช้าก่อน 24:00 น. ของวันที่โอนเงิน (อย่าลืม! เช็คที่ อีเมลขยะ)
(เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 - 24.00 น.)
ชำระค่าสินค้าและบริการ
http://www.thaionline1.com
1. ธ. กรุงเทพ  ออมทรัพย์ สาขา เซ็นทรัลพระราม 3 เลขที่บัญชี 048-0-17796-3 ชื่อบัญชี Sumalee Thongyot
2. ธ. กรุงไทย  ออมทรัพย์ สาขา บิ๊กซีสะพานควาย เลขที่บัญชี 980-6-40570-6  ชื่อบัญชี  Sumalee Thongyot
3. ธ. กรุงศรีอยุธยา ออมทรัพย์ สาขา อุรุพงษ์ เลขที่บัญชี 130-1-28490-7  ชื่อบัญชี  Pisitchai Kimchai
4. ธ.ไทยพาณิชย์ ออมทรัพย์ สาขา บิ๊กซีรามอินทรา เลขที่บัญชี 402-398830-4 ชื่อบัญชี  Pisitchai & Sumalee
5. ธ. กสิกรไทย  ออมทรัพย์  สาขา เซ็นทรัลพระราม 3  เลขที่บัญชี  748-2-66186-0  ชื่อบัญชี  Pisitchai Kimchai
โอนเงินแล้วแจ้งมาที่อีเมล์ 
lek.pisi@hotmail.com  (ระบุรายละเอียดการโอนเงิน อีเมล์ รายละเอียดคู่มือเตรียมสอบ)
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
*วิธีเปิดไฟล์ PDF คู่มือเตรียมสอบราชการ-รัฐวิสาหกิจ 
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=10604 
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
รวมลิงก์ข้อสอบเก่า สอบตำรวจไทย ออกบ่อย ออกทุกปี

ข้อสอบ ตำรวจสัญญาบัตร สาย อก.2-4 ปป.1-3 สส.5
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=6843

ข้อสอบตำรวจ สายอำนวยการ ปราบปราม สืบสวน การเงิน ยศจ่าดาบ 50 ปี
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=9188

ข้อสอบมาตรฐานการตรวจสอบภายในและจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=9693

พ.ร.บ. ฉบับเต็ม ใช้สอบตำรวจชั้นประทวน (สายอำนวยการ)
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=9185

ข้อสอบเก่าตำรวจ สายการเงินเเละบัญชี ปี 54
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=9183

ข้อสอบตำรวจสัญญาบัตร สายสอบสวน (สส.5) ปี 2555
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=9181

ข้อสอบ สพฐ. ตำรวจ 2555 ใหม่ล่าสุด
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=9180

ข้อสอบตำรวจ สตม. ประจำปี 2555
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=9179

ข้อสอบตำรวจ สำหรับการสอบปี 2555
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=9178

สรุป พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=8061

สรุป ระเบียบงานสารบรรณ  สอบสาย อก.2 อก.4
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=8060

ข้อสอบตำรวจ สายช่างไฟฟ้าสื่อสาร (สทส) ชฟ.14  สัญญาบัตร
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=8059

สอบตำรวจชั้นประทวน วุฒิ ม.6 ปี 2555
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=4758

สอบพลตำรวจ วุฒิ ม.6 ประจำปี 2555
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=3549

สนใจสั่งซื้อมาที่   083-067-4168 , 080-604-2510  หรือ ส่ง SMS / (WhatsApp , LINE)
ส่งเป็นไฟล์เอกสารส่งทางอีเมล์ สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย  ในราคาเพียงชุดละ   399 บาท
ส่งเป็นไฟล์เอกสารทางอีเมล์ *อย่างด่วนภายใน 3 ชม. *อย่างช้าก่อน 24:00 น. ของวันที่โอนเงิน (อย่าลืม! เช็คที่ อีเมลขยะ)
(เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 - 24.00 น.)
ชำระค่าสินค้าและบริการ
http://www.thaionline1.com
1. ธ. กรุงเทพ  ออมทรัพย์ สาขา เซ็นทรัลพระราม 3 เลขที่บัญชี 048-0-17796-3 ชื่อบัญชี Sumalee Thongyot
2. ธ. กรุงไทย  ออมทรัพย์ สาขา บิ๊กซีสะพานควาย เลขที่บัญชี 980-6-40570-6  ชื่อบัญชี  Sumalee Thongyot
3. ธ. กรุงศรีอยุธยา ออมทรัพย์ สาขา อุรุพงษ์ เลขที่บัญชี 130-1-28490-7  ชื่อบัญชี  Pisitchai Kimchai
4. ธ.ไทยพาณิชย์ ออมทรัพย์ สาขา บิ๊กซีรามอินทรา เลขที่บัญชี 402-398830-4 ชื่อบัญชี  Pisitchai & Sumalee
5. ธ. กสิกรไทย  ออมทรัพย์  สาขา เซ็นทรัลพระราม 3  เลขที่บัญชี  748-2-66186-0  ชื่อบัญชี  Pisitchai Kimchai
โอนเงินแล้วแจ้งมาที่อีเมล์ 
lek.pisi@hotmail.com  (ระบุรายละเอียดการโอนเงิน อีเมล์ รายละเอียดคู่มือเตรียมสอบ)
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
*วิธีเปิดไฟล์ PDF คู่มือเตรียมสอบราชการ-รัฐวิสาหกิจ 
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=10604 
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
คู่มือเตรียมสอบตำรวจ วิชากฎหมายที่ประชาชนควรทราบ



1. ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

1. สมชัยไปแจ้งเกิดที่อำเภอหลังคลอดโดยรีบด่วน

2. สมหมายไปแจ้งความที่โรงพักเพราะถูกทำร้ายร่างกาย

3. สมบูรณ์ไปแจ้งอำเภอหลังจากนายจ้อยตายแล้ว 2 วัน

4. สมชายพาลั่นทมไปจดทะเบียนสมรสหลังแต่งงาน 1 ปี

2. กฎหมายเอกชน คือข้อใด

1. กฎหมายแพ่ง – พาณิชย์

2. กฎหมายปกครอง

3. กฎหมายรัฐธรรมนูญ

4. กฎหมายอาญา

3. กลุ่มบุคคลคณะใดเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์

1. คณะรัฐมนตรี

2. องคมนตรี

3. รัฐสภา

4. ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

4. มักมีการกล่าวอยู่เสมอว่า “กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์”ข้อใดสนับสนุนคำกล่าวนี้

1. ประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

2. ผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

3. ผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความเที่ยงธรรม

4. ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายใหม่บางมาตรา

5. บุคคลใดไม่ใช่ผู้เกี่ยงข้องในกระบวนการยุติธรรมโดยตรง

1. ตำรวจ

2. พนักงานอัยการ

3. ศาลและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์

4. เจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์


6. ข้อใดสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า “กฎหมายต้องมาจากรัฏฐาธิปัตย์”

1. รัฐต้องบัญญัติกฎหมายไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

2. ประชาชนเป็นผู้ตรากฎหมายโดยตรง

3. พระมหากษัตริย์ทรงตรากฎหมายขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา

4. รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ

7. ตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันประธานรัฐสภา คือ

1. วุฒิสมาชิกผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

2. ประธานสภาผู้แทนราษฎร

3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งซึ่งมาจากพรรคการเมืองที่ได้รับการ

เลือกตั้งขึ้นมามีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

4. ประธานวุฒิสภา

8. ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางถือเป็นศาลประเภทใด

1. ศาลชั้นต้น

2. ศาลอุทธรณ์

3. ศาลฎีกา

4. ศาลทหาร

9. กรณีซึ่งกฎหมายยกเว้นโทษให้เป็นกรณีซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าเป็นการ

กระทำความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ คือ

1. เด็กอายุกว่า 7 ปี แต่ยังไม่เกิน 14 ปี กระทำการอันกฎหมาย

บัญญัติเป็นความผิด

2. ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม

3. การกระทำผิดโดยประมาท

4. การกระทำผิดด้วยความจำเป็น เพราะอยู่ในที่บังคับหรือภายใต้

อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้




10. หนี้อาจระงับไปด้วยเหตุดังนี้

1. เจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้

2. ลูกหนี้ตาย

3. ลูกหนี้ทำสัญญายอมตาย

4. ลูกหนี้ล้มละลาย

11. กฎหมายเมื่อบัญญัติออกมาแล้วไม่ได้ใช้นานๆ มีผลดังนี้

1. เสียไปไม่ได้ผล

2. ต้องแก้ไขเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้

3. ยังใช้บังคับได้อยู่เสมอ

4. อาจจะใช้ได้ถ้าประชาชนยอมรับ

12. องค์ประกอบของการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์มีดังนี้

1. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยทุจริต

2. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นโดยเจ้าของขาดความระมัดระวัง

3. เอาไป โดยฉกฉวยขณะที่เจ้าของทรัพย์ขาดความระมัดระวัง

4. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยเจตนา

13. ในระหว่างที่บ้านเมืองเกิดการจลาจล และรัฐบาลต้องประกาศกฎอัยการศึก

ผู้ใดกระทำความผิดในคดีอาญา อุกฉกรรจ์ จะต้องขึ้นศาลทหาร ซึ่งมีผล

อย่างไร

1. การตัดสินรวดเร็วแบบทหาร

2. ผู้พิพากษาเป็นเจ้ากรมพระธรรมนูญทหาร

3. โทษรุนแรงกว่าในเวลาปกติสองเท่า

4. ไม่มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ฎีกาเหมือนเวลาปกติ

14. สิทธิหรือการกระทำข้อใด ที่บุคคลธรรมดามีได้ แต่นิติบุคคลไม่อาจมีได้

หรือไม่อาจกระทำได้

1. การเป็นเจ้าของทรัพย์สิน

2. การเป็นทายาทโดยธรรม

3. การทำนิติกรรมสัญญา

4. การกระทำความผิดอาญา


15. นายทองดีไปทำงานต่างจังหวัดแล้วหายสาบสูญเป็นเวลานานเกินกว่ากี่ปี ทาง

ฝ่ายภรรยาจึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้อง

1. 3 ปี 3. 10 ปี

2. 5 ปี 4. 15 ปี

16. กฎหมายอาญาและกำหมายแพ่งมีข้อแตกต่างที่สำคัญในเรื่องความเคร่งครัดใน

1. การเสนอร่างกฎหมาย

2. การตีความกฎหมาย

3. การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย

4. การประกาศใช้

17. “บุคคลย่อมเสมอภาคภายใต้กฎหมาย” หมายความว่าอย่างไร

1. กฎหมายใช้บังคับได้กับทุกคน

2. บุคคลที่อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันย่อมได้รับประโยชน์หรือ

ได้รับโทษ เช่นเดียวกัน

3. บุคคลมีสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ ได้ตามใจสมัครเสมอเท่าเทียมกัน

4. ไม่มีบุคคลใดมีอำนาจเหนือกฎหมาย

18. นาย ก. ยืมเงินนาย ข. เป็นเงิน 60 บาท โดยมิได้ทำสัญญากู้กันไว้ นาย ก. ไม่คืนเงินยืมเมื่อถึงกำหนด

1. นาย ข. ต้องติดตามทวงเงินคืนจาก นาย ก. เอง

2. นาย ข. ต้องร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่ง นาย ก. คืนเงินให้ นาย

ข.

3. นาย ข. ต้องจ้างทนายความให้ช่วยทวงเงินคืนจาก นาย ก.

4. นาย ข. จะฟ้องร้องต่อศาลให้บังคับคดีไม่ได้

19. การออกกฎกระทรวง กรณีใดถูกต้อง

1. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

2. ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

3. ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร

4. ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกา


20. ผู้ใดมียาเสพย์ติดให้โทษประเภทเฮโรอีน ไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นั้นต้องระวางโทษ

สถานใด

1. ประหารชีวิต

2. จำคุกตลอดชีวิต

3. จำคุก 20 ปี

4. ทั้งจำทั้งปรับ

21. เมื่อบัตรประจำตัวของผู้ถือบัตรคนใดหมดอายุ ผู้ถือบัตรคนนั้นจะต้องขอมีบัตร

ใหม่ภายในกี่วัน

1. 60 วัน 2. 90 วัน

3. 120 วัน 4. กี่วันก็ได้

22. ในกรณีจำเลยถูกศาลพิพากษาตัดสินให้ลงโทษปรับเงินเป็นจำนวนหนึ่ง แต่จำเลยไม่มีเงินเสียค่า ปรับ จะต้องร้องขอศาลเปลี่ยนโทษปรับเป็นโทษสถานใด

1. จำคุก 2. กักขัง

3. กักกัน 4. ริบทรัพย์

23. ข้อใดเป็นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา

1. กักขัง 2. กักกัน

3. ห้ามเข้าเขตกำหนด 4. คุมตัวไว้ในสถานพยาบาล

24. นาย ก. ได้แต่งงานกับนาง ข. และมีเด็กชาย ค. เป็นบุตร ต่อมานาย ก. เกิดเบื่อหน่ายชีวิตทางโลก จึงได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ หลังจากนั้นพระภิกษุ ก. ก็ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เมื่อรับเงินมาแล้วไม่นาน พระภิกษุ ก. ก็ถึงมรณภาพ ดังนั้นทรัพย์สินของพระภิกษุ ก. จะตกอยู่แก่ผู้ใด เพราะสาเหตุใด

1. นาง ข. ซึ่งเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

2. นาง ข. และเด็กชาย ค. ซึ่งเป็นผู้รับมรดกตามกฎหมาย

3. บิดามารดาพระภิกษุ ก. เพราะไม่ได้เขียนพินัยกรรมไว้

4. วัด เพราะไม่ได้เขียนพินัยกรรมไว้


25. เหตุการณ์กรณีใดที่ใช่กฎหมายอาญาบังคับ

1. แดง ผู้กู้ไม่ชำระเงินให้ดำ ตามข้อกำหนดในสัญญาเงินกู้

2. หนึ่ง ไม่ประสงค์โดยตรงจะฆ่าสอง แต่ได้ยิงปืนเล็งไปในหมู่คนซึ่ง

โดยสารอยู่ในรถและกระสุนปืนถูกสองตาย

3. เขียวเป็นนายจ้างต้องร่วมชดใช้ค่าสินค่าสินไหมทดแทนร่วมกับนาย

เหลืองลูกจ้างซึ่งขับรถไปในทางที่จ้างชนนายแดงตาย

4. หนึ่ง ซื้อปูนซีเมนต์จากสอง 50 กระสอบ แต่สองส่งมอบให้เพียง 30

กระสอบ หนึ่งจะฟ้องสองให้ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายได้

26. ข้อใดคือหลักกฎหมายอาญา

1. การตระเตรียมการกระทำความผิดทุกเรื่องไม่ถือเป็นความผิด

2. การกระทำความผิดต้องมีเจตนา

3. การตกลงใจที่จะกระทำความผิดยังไม่ถือว่าเป็นความผิด

4. การกระทำโดยประมาทถือเป็นการกระทำผิดอย่างหนึ่ง

27. ปัญหาใดสำคัญที่สุดซึ่งทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ

1. ความได้หน้าหรือเสียหน้าของผู้เสียหาย

2. การยอมความกันได้ง่ายๆ

3. ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้กระทำกับเจ้าหน้าที่

4. การไม่มีเจ้าทุกข์หรือไม่มีโจทย์

28. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของกฎหมาย

1. เป็นคำสั่งของรัฐ

2. เป็นข้อบังคับความประพฤติของบุคคล

3. มีผลย้อนหลังได้ ถ้าไม่ขัดแย้งกับคนส่วนมาก

4. ใช้บังคับกับประชาชนทั่วไป


29. คำกล่าวต่อไปนี้ข้อใดไม่ถูกต้องตามลักษณะทั่วไปของกฎหมาย

1. กฎหมายต้องใช้กับบุคคลทั่วไปอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน

2. ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)ฉบับต่าง ๆ ที่

ออกมาใช้บังคับนั้น ต่างถือเป็นกฎหมายจนกว่าจะได้มีการยกเลิกไป

3. กฎหมายเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับความประพฤติของบุคคลเท่านั้น

4. คำสั่งผู้จัดการบริษัท คำสั่งของผู้บังคับบัญชาในหน่วยราชการต่างถือ

เป็นกฎหมายทั้งสิ้น

30. นายเอกจ้างนายโทไปฆ่านายตรี นายโทฆ่านายตรีตาย นายเอกต้องรับโทษอย่างไร

1. รับโทษมากกว่านายโท เพราะเป็นผู้ใช้

2. รับโทษ 1 ใน 3 ของนายโท เพราะไม่ได้เป็นตัวการ

3. รับโทษเท่ากับนายโท เพราะเป็นผู้ใช้รับโทษเสมือนเป็นตัวการ

4. รับโทษน้อยกว่า นายโท เพราะเป็นผู้สนับสนุน

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนายสิบตำรวจสายปราบจราจลหญิง ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก

ประกอบด้วย
- ข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป

เหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน ความรู้รอบตัว คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบวิชาสังคม
เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์
- ข้อสอบกฎหมายที่ประชาชนควรทราบ
- แนวข้อสอบจริยธรรม
- แนวข้อสอบ พรบ. ตำรวจ
- ข้อสอบวิชาภาษาไทย

สนใจสั่งซื้อมาที่ 083-067-4168, 080-604-2510

ส่งเป็นไฟล์เอกสารส่งทางอีเมล์ สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
ส่งเป็นหนังสือ 2 เล่ม เนื้อหา + แนวข้อสอบ + VCD ในราคาเพียงชุดละ 679 บาท รวมค่าจัดส่งแล้ว (EMS)
(เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 - 24.00 น.)

ชำระค่าสินค้าและบริการ
1. ธ.กรุงเทพ สาขาเซ็นทรัลพระราม 3 ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 048-0-17796-3 Sumalee Thongyot
2. ธ.กรุงไทย สาขาบิ๊กซีสะพานควาย ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 980-6-40570-6 Sumalee Thongyot
3. ธ.กรุงศรีอยุธยา ออมทรัพย์ สาขาอุรุพงษ์ เลขที่บัญชี 130-1-28490-7 ชื่อบัญชี Pisitchai Kimchai
4. ธ.ไทยพาณิชย์ ออมทรัพย์ สาขาบิ๊กซี รามอินทรา เลขที่บัญชี 402-398830-4 ชื่อบัญชี Pisitchai & Sumalee
โอนเงินแล้วแจ้งมาที่อีเมล์ lek.pisi@hotmail.com  



จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบเหตุการณปัจจุบัน การเมือง สังคม เศรษฐกิจ

แนวข้อสอบความรอบรู้และเหตุการณ์ปัจจุบัน
1. แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ มีชื่อย่อว่า
1. น.ป.ก.
2. นปช.
3. พ.ธ.ม.
4. ครม.
2. ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งคนปัจจุบันคือ
1. นายประพันธ์ นัยโกวิท 2. นายนาม ยิ้มแย้ม
3. นางสดศรี สัตยธรรม 4. นายอภิชาต สุขัคคานนท์
3. เมืองหลวงของประเทศลิเบียคือ
1. กรุงตริโปลี 2. กรุงแบกแดด
3. เมืองเนวปูลี 4. กรุงตริโปเลีย
4. หน่วยงานใดที่เข้าไปดูแลความสงบในลิเบียและทำสงครามกับมูอัมมาร์ อัล-กัดดาฟี
1. สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ 2. หน่วยรักษาสันติภาพและความมั่นคง
3. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ 4.
องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ
5. การแข่งขันกีฬาเอเซี่ยนเกมส์ ที่จัดแข่งขันไปเมื่อ พฤษจิกายน 2553 ที่ผ่านมามีขึ้นที่ใด
1. กวางจู 2. ฟูกูโอกะ 3. กวางโจ 4. ปูซาน
6. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นในสมัยของรัฐบาลใด
1. จอมพลถนอม กิตติขจร 2. ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช
3. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 4. ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

7. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ระเบิดที่ญี่ปุนมีชื่อว่าอย่างไร
1. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ 2. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมิ

3.
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยามากาดะ 4. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิสึ
8. ประเทศใดไม่มีทางออกสู่ทะเล
1. โปแลนด์ 2. โบลิเวีย
3. เวเนซูเอล่า 4. วานูอาตู
9. เมืองหลวงของประเทศเฮติมีชื่อว่าอย่างไร
1. ฮิสแปนิโอลา 2. ฮิสแปนิโอลา

3.
ปอร์โตแปรงซ์ 4. ครีโอลเฮติ

10. บุคคลใดต่อไปนี้ไม่อยู่ในชุดคณะรัฐมนตรีของนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
1. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี 2. นายศุภชัย โพธิ์สุ
3. นายอลงกรณ์ พลบุตร 4.
เนวิน ชิดชอบ
11. เหตุการณ์ที่ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกการสิ้นสุดของสงครามเย็นคือ
1. การยุติสงครามเวียดนามใน ค.ศ.
1975
2.
การทำลายกำแพงเบอร์ลินในเดือน พฤศจิกายน ค.ศ.
1989
3.
การล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ในยุโรปในช่วง ค.ศ.
1989 – 1991
4.
การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในเดือน ธันวาคม ค.ศ. 1991

12. สหภาพศุลกากร (customs union) หมายถึง
1. การรวมกลุ่มโดยมีการลดพิกัดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างรัฐสมาชิก
2. การรวมกลุ่มโดยมีข้อตกลงระหว่างรัฐสมาชิกสำหรับการมีการค้าเสรีระหว่างกันและมีนโยบายด้านภาษีศุลกากรร่วมกัน สำหรับการค้ากับรัฐอื่นๆ ที่อยู่นอกกลุ่ม
3. การรวมกลุ่มเพื่อการค้าเสรีและการเคลื่อนย้ายแรงงานและทุนระหว่างรัฐสมาชิกโดยเสรี
4. การรวมกลุ่มในลักษณะเดียวกับตลาดร่วม (common market)

13. กระบวนการที่เรียกว่าอนุญาตโตตุลาการ” (arbitration) หมายถึง
1. การเจรจาไกล่เกลี่ย
2. การทำความตกลงประนีประนอม
3. กระบวนการตัดสินคดีที่มีผลบังคับต่อคู่กรณี
4. กระบวนการเฉพาะในการตัดสินข้อพิพาทโดยที่ฝ่ายที่สามที่เป็นกลางเป็นผู้วินิจฉัยตัดสินโดยมีผลบังคับต่อคู่กรณี

14. เลขาธิการสหประชาชาติคนแรกชื่ออะไร
1. Dag Harmmarskjold 2. U Thant
3. Trygve Lie 4. Kurt Waldheim

15.
ชื่อทางการของประเทศลาวในปัจจุบันคือ
1. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
2. สาธารณรัฐประชาธิปไตยลาว
3. สาธารณรัฐประชาชนลาว
4. สาธารณรัฐสังคมนิยมลาว

16. สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อยู่ในสังกัดกระทรวงใด
1. สำนักนายกรัฐมนตรี
2. กระทรวงกลาโหม
3. กระทรวงมหาดไทย
4. กระทรวงความมั่นคง
17. พระมหาชนกในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกครองราชย์สมบัติอยู่ในเมือใด
1. กรุงจัมปาปูระ
2. เมืองโพธิยาลัย
3. กรุงมิถิลา
4. นครกาลจัมปากะ

18. ตึก Pentagon คือ สถานที่ทำการของหน่วยงานใดในสหรัฐอเมริกา
1. สภาความมั่นคงแห่งชาติ

2.
กระทรวงกลาโหม
3. กระทรวงการต่างประเทศ
4. หน่วยสืบราชการลับ CIA

19. เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพคนล่าสุด (2010) เป็นคนชาติอะไร
1. สหรัฐ 2. บังคลาเทศ
3. จีน 4. อินเดีย

20. ทะเลอาณาเขต มีความกว้างที่นับจากชายฝั่งไปเท่าใด
1. 12 ไมล์ทะเล 2. 22 ไมล์ทะเล
3. 24 ไมล์ทะเล 4. 200 ไมล์ทะเล

21. สินค้าเกษตรของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดในปัจจุบันคือ
1. อ้อย

2.
ผลไม้
3. ข้าว

4.
ยางพารา

22. ขณะนี้ประเทศสมาชิกของเอเซียนมีทั้งหมด
1. 6 ประเทศ

2. 8
ประเทศ
3. 10 ประเทศ

4. 12
ประเทศ


23. ประเทศสมาชิกในกลุ่มเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (North America Free Trade Area) ประกอบไปด้วยประเทศสมาชิกตามข้อใด
1. เม็กซิโกและแคนาดา
2. แคนาดาและสหรัฐอเมริกา
3. เม็กซิโก แคนาดา และสหรัฐอเมริกา
4. ไม่มีข้อใดถูก

24.
ผู้นำประเทศของโลกคนใดที่อยู่ในตำแหน่งได้นานที่สุด
1. เฟอร์ดินาน มาคอส ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์
2. คิมอิลซุง ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ
3. มหาธีร์ โมฮาหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
4. ฟิเดล คาสโต ประธานาธิบดีคิวบา


25. จังหวัดใดไม่อยู่ในเขตปริมณฑล
1. นนทบุรี
2. ปทุมธานี
3. สมุทรสงคราม
4. สมุทรปราการ

26. พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เป็นข้อตกลงว่าด้วย
1. การลดปริมาณการปล่อยก๊าซปฏิกิริยาเรือนกระจกที่ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น
2. การควบคุมการขนส่งผลิตภัณฑ์ตัดแต่งทางพันธุกรรม
(GMOs)
3.
การช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาซึ่งยากจนที่สุด
4. การควบคุมกากนิวเคลียร์

27. นายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งเป็นระยะเวลาสั้นที่สุดคือบุคคลใด
1. พลเอก สุจินดา คราประยูร
2. นายทวี บุญเกต
3. นายปรีดี พนมยงค์
4. นายควง อภัยวงศ์

28. ประธานองค์มนตรีคนปัจจุบันคือ
1. นายสัญญา ธรรมศักดิ์

2.
พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์
3. นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
4. ม.ล. ทวีสันต์ ลดาวัลย์

29. หญ้าชนิดใดป้องกันการพังทลายของดินได้
1. หญ้าแฝก

2.
หญ้าหนวดแมว
3. หญ้าคา

4.
หญ้าแพรก

30. วิคตอเรีย พอยท์ หรือเกาะสอง อยู่ตรงข้ามกับจังหวัดใดของไทย
1. ชุมพร 2. ระนอง
3. กาญจนบุรี 4. ตาก

31. ประเพณีบุญบั้งไฟจัดขึ้นที่จังหวัดใดเป็นประจำทุกปี
1. ขอนแก่น 2. อุดรธานี
3. อุบลราชธานี 4. ยโสธร
32. ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
1. ปาปัว นิวกินี 2. ไต้หวัน
3. พม่า 4. เวียดนาม


33. การแข่งขันกีฬาโอลิมปิคครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปีใด
1. ปี 2550 2. ปี
2551
3.
ปี 2552 4. ปี 2557

34. นครหลวงของประเทศติมอร์ตะวันออกคือ
1. กรุงเดลี 2. กรุงดิลี
3. กรุงดิเล 4. กรุงเดเล

35. ประเทศใดเป็นสมาชิกอาเซียนประเทศหลังสุด
1. กัมพูชา 2. ลาว
3. ติมอร์ตะวันออก 4. พม่า


36. Power Point หมายถึง
1. อุปกรณ์ชี้ด้วยแสงเลเซอร์
2. โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับใช้นำเสนอรายงาน
3. จุดรวมลมปราณ
4. จุดรวมพลก่อนโจมตีข้าศึก


37. ศอ.บต.คือ
1. ศูนย์อำนวยการองค์การบริหารส่วนตำบล
2. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
3. ศูนย์อำนวยการบริหารตลาดหลักทรัพย์
4. ศูนย์อำนวยการบริหารการเลือกตั้งในต่างประเทศ
38. ในปี พ.ศ. 2555 กรุงเทพฯ สถาปนาครบรอบ
1. 200 ปี 2. 210 ปี

3. 220
ปี 4. 230 ปี

39. ประเทศไทยมีเขตแดนติดต่อกับประเทศใด
1. เวียดนาม 2. อินโดนีเซีย
3. จีน 4. ผิดทุกข้อ


40. ต่อไปนี้ ข้อความใดไม่ถูกต้องมากที่สุด
1. ประเทศไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำกว่าประเทศมาเลเซีย
2. ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลก แต่สินค้าอาหารมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 50 ของสินค้าออกทั้งหมดของไทย
3. องค์การการค้าโลกเป็นองค์กรระดับโลกแต่มีประเทศสมาชิกไม่ถึง 100 ประเทศ
4. เอเปค เป็นเวทีปรึกษาหารือของประเทศสมาชิกที่อยู่ในย่านเอเชียแปซิฟิก


41. เมื่อธนาคารกลางเพิ่มปริมาณเงิน ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคือ
1. ราคาพันธบัตรเพิ่มสูงขึ้น

2.
ค่าเงินบาทเพิ่มสูงขึ้น
3. ราคาสินค้าลดต่ำลงแล้วจึงเพิ่มสูงขึ้น

4.
ผิดทุกข้อ


42. ต่อไปนี้ ความร่วมมือใดที่ไทยมิได้เป็นสมาชิก
1. NAFTA 2. AFTA 3. ASEM 4. APEC


43. การประชุม APEC ครั้งล่าสุดครังที่ 22 ปี 2553 จัดขึ้นที่
1. โฮจิมินห์ 2. โดฮา 3. ปักกิ่ง 4. ญี่ปุ่น


44. ต่อไปนี้หลักการใดมิได้เป็นหลักการของบทบัญญัติแกตต์ หรือองค์การการค้าโลก
1. NT 2. MFN
3. Rule of origin 4. GSP


45. สำนักงานใหญ่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation-NATO)
ตั้งอยู่ที่
1. นครนิวยอร์ก 2. กรุงปารีส
3. กรุงบรัสเซลส์ 4. กรุงลอนดอน

46. บุคคลใดไม่ใช่รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
1. นายวรากรณ์ สามโกเศศ
2. นายสมหมาย ภาษี
3. นางอรนุช โอสถานนท์
4. นายยงยุทธ์ มัยลาภ


47. จังหวัดใดมีพลเมืองมากเป็นอันดับสองของไทย
1. นครราชสีมา

2.
เชียงใหม่
3. อุบลราชธานี
4. นครศรีธรรมราช
48. นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินทางไปนมัสการวิหารชินโตใดที่สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนของประเทศที่เคยถูกญี่ปุ่นรุกรานก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง
1. วิหารอิเซะ 2. วิหารยะซุกุนิ
3. วิหารโทโซกู 4. วิหารเรียวอันจิ
49. ข้อใดไม่สัมพันธ์กับการต่อสู้ของมหาตมะ คานธี
1. การต่อต้านการแบ่งแยกผิวและระบบวรรณะ
2. การต่อต้านการใช้กำลังรุนแรงโดยใช้หลักอหิงสา
3. การต่อต้านชาวมุสลิมในประเทศอินเดีย
4. การต่อต้านจักรวรรดินิยมอังกฤษ
50. ราชเลขาธิการปัจจุบันได้แก่
1. ม.ล. ทวีสันต์ ลดาวัลย์

2.
ม.ล. พีระพงศ์ เกษมศรี
3. นายอาสา สารสิน

4.
นายแก้วขวัญ วัชโรทัย



จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
สรุป พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

พรบ.ตำรวจแห่งชาติ

ชื่อ.......................................................พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
ให้ไว้ ณ วันที่......................................๑๓ มกราคม ๒๕๔๗
เป็นปีที่................................................๕๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยคำแนะนำและยินยอมของ............รัฐสภา
วันใช้บังคับ.........................................ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(ประกาศ ๑๔ ก.พ. ๒๕๔๗)
ยกเลิก..................................................กฎหมาย ๑๗ ฉบับ
ข้าราชการตำรวจ.................................บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตาม พรบ.นี้ โดยได้รับ เงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนใน สตช. และหมายรวมถึงข้าราชการใน สตช. ซึ่ง สตช. แต่งตั้ง หรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
ประธานกรรมการหมายถึง...................ประธาน ก.ต.ช.
กรรมการหมายถึง.................................ก.ต.ช.
กองทุนหมายถึง....................................กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
กองบัญชาการ......................................รวมถึงส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกอง บัญชาการด้วย
กองบังคับการ...................................รวมถึงส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบังคับการด้วย
ผู้รักษาการตาม พรบ.นี้........................นายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรี.....................................มีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติตาม พรบ.นี้
กฎกระทรวงที่ออกตาม พรบ.นี้..........เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

ลักษณะที่ ๑ บททั่วไป

สตช. อยู่ในบังคับบัญชาของ...............นายกรัฐมนตรี
สตช. มีอำนาจหน้าที่...........................
(๑)รักษา
(๒)ดูแลควบคุม วิ อาญา
(๓)ป้องกัน อาญา
(๔)เรียบร้อย/ปลอดภัย/มั่นคง
(๕)อื่น
(๖)ช่วยเหลือ(นายก)
(๗)ส่งเสริมสนับสนุน (๑),(๒),(๓),(๔),(๕)
การที่จะโอนอำนาจหน้าที่ตาม (๓) (๔) (๕) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดอาญา ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น.....................ให้ตราเป็น พรฎ. และให้ถือว่า พนง.เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้นเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ พงส. ปค.หรือ ตร.ผู้ใหญ่ ตาม วิ อาญา
ให้ สตช. .............................................ส่งเสริมท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วม รปภ.ปชช. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ต.ช. กำหนด
ให้แบ่งตำรวจเป็นประเภทที่ไม่มียศได้.............โดยให้ตราเป็น พรฎ.
พรฏ.ที่เกี่ยวกับตำรวจไม่มียศ............................ไม่มีผลกระทบฐานะของตำรวจที่มียศอยู่แล้วในวันที่ พรฎ. มีผลบังคับใช้
วัน เวลาทำงาน วันหยุด การลาหยุด...................ให้เป็นไปตามที่คณะรัมนตรีกำหนด
ในกรณีที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่..........ก.ต.ช. จะกำหนดให้แตกต่างไปจากที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้
ลักษณะที่ ๒ การจัดระเบียบราชการใน สตช.

สตช. แบ่งส่วนราชการเป็น....................................
(๑) สนง.ผบ.ตร.
(๒) กองบัญชาการ
การแบ่งส่วนราชการตาม(๑) เป็นกองบัญชาการ หรือการจัดตั้งกองบัญชาการ........ให้ตราเป็น พรฎ.
การแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่น...........ให้ออกเป็น กฎกระทรวง
หัวหน้าส่วนราชการ สตช. คือ....................ผบ.ตร.
ผบ.ตร.มีอำนาจหน้าที่.................................
(๑)รับผิดชอบควบคุม ให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางที่ นายก และ ก.ต.ช. กำหนด
(๒)เป็นผู้บังคับบัญชาของ ตร. รองจากนายก
(๓)รับผิดชอบ
(๔)วางระเบียบ ตาม กม.วิ หรือ กม.อื่น
ให้จเรตำรวจแห่งชาติ ,รอง ผบ.ตร. ,ผู้ช่วย ผบ.ตร..........เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจรองจาก ผบ.ตร. ตามที่ ผบ.ตร.กำหนดหรือมอบหมาย
ในกองบัญชาการ.........................ให้มีผู้บัญชาการเป็นผู้บังคับบัญชา และจะให้มี รอง ผบช.ก็ได้
ผู้บัญชาการมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ.............
(๑)บริหารให้เป็นตามประกาศของทางราชการ / ก.ต.ช. / ก.ตร. และ สตช.
(๒)ควบคุม ให้เป็นตามประกาศของทางราชการ / ก.ต.ช. / ก.ตร. และ สตช.
(๓)เป็นผู้แทน ของ สตช.
(๔)รายงานผลการปฏิบัติต่อ ผบ.ตร.ทุก ๔ เดือน หรือตามระยะที่ ผบ.ตร.กำหนด
(๕)หน้าที่อื่น ตาม กม. ระเบียบ บังคับ ประกาศของทางราชการ / ก.ต.ช. / ก.ตร. และ สตช.
ในกรณีที่กฎหมาย ระเบียบ บังคับ คำสั่ง มติ ครม. กำหนดให้เป็นอำนาจของอธิบดี หรือผบ.ตร....................................ให้ผู้บัญชาการมีอำนาจเช่นนั้นในฐานะอธิบดี หรือ แทนผบ.ตร.ในส่วนกองบัญชาการ ตาม ก.ต.ช. กำหนด
ผู้บังคับการมีอำนาจและหน้าที่..............................
(๑)บริหาร
(๒)ควบคุม
(๓)หน้าที่อื่น
ผู้บังคับการให้มีอำนาจสั่งการหรือยับยั้งการกระทำใดๆที่เห็นว่าไม่ชอบของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดนั้นๆ.....................แล้วรายงาน สตช. และ บช. ตามหลักเกณฑ์ที่ สตช.กำหนด

ลักษณะที่ ๓ ก.ต.ช.

ก.ต.ช.มีอำนาจหน้าที่...........กำหนดนโยบายการบริหารราชการตำรวจ และกำกับดูแล สตช. ให้ปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบ มติ ครม. และ กฎหมาย
ก.ต.ช. ประกอบด้วย...............
(๑) นายกเป็นประธาน รมต.มท. รมต.ยธ. ปลัด มท. ปลัด ยธ. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ ผบ.ตร. เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๔ คน ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯจากบุคคลซึ่งสรรหาโดยกรรมการตาม (๑)
เลขานุการ ก.ต.ช....................ให้ประธานแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.ท. ขึ้นไปคนหนึ่ง โดยคำแนะนำของ ผบ.ตร.
ผู้ช่วยเลขานุการ ก.ต.ช...................ให้ประธานแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.ต.ขึ้นไป ไม่เกิน ๒ คน โดยคำแนะนำของ ผบ.ตร.
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม (๒)......ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ต.ช.
รายชื่อ กรรมการ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิ................ให้นายกประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ ก.ต.ช. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย...................................
(๑) ออกระเบียบ ให้เป็นไปตามที่ ก.ต.ช. กำหนด (ประกาศในราชกิจจาฯ)
(๒)เสนอแนะให้มีการตรา พรฏ.เรื่องการโอนอำนาจให้หน่วยงานอื่นปฏิบัติ
(๓)คัดเลือก เพื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร. ตามที่นายกเสนอ
(๔)กำหนดกระบวนการกระจายอำนาจ
(๕)แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
(๖)ตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย และให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ
(๗)ปฏิบัติหน้าที่อื่น ตาม ครม.มอบหมาย หรือตามกฎหมายกำหนดไว้เป็นอำนาจหน้าที่
ของ ก.ต.ช.
กรรมการ ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิต้องมี......................ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในด้านกฎหมาย การงบประมาณ การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารและจัดการ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้.................(ม.๒๐)
(๑)มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
(๒)มีอายุไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปี บริบูรณ์
(๓)ไม่เป็น สส. สว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาข้าราชการการเมืองหรือที่ปรึกษา สส. หรือ สว.ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่
(๔)ไม่มีตำแหน่งในพรรคการเมือง
(๕)ไม่เป็นคนไร้ความสามมารถ เสมือนไร้ความสามารถ วิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๖)ไม่เป็นคนล้มละลาย
(๗)ไม่เคยได้รับโทษจำคุก เว้นแต่ประมาทหรือลหุโทษ
(๘)ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก ให้ออกจากราชการ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ
(๙)ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ
(๑๐)ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่ง......................คราวละ ๔ ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน ๒ วาระติดต่อกันไม่ได้
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากหน้าที่..................ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับสรรหาใหม่เข้ารับหน้าที่
นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้วกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแน่งเมื่อ......................
(๑)ตาย
(๒)มีอายุครบ ๗๐ ปีบริบูรณ์
(๓)ขากคุณสมบัติตาม ม.๒๐
(๔)ก.ต.ช. มีมติ ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย
กรรมการผู้ทรงฯพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้ดำเนินการสรรหาเว้นแต่.........วาระการดำรงตำแหน่งจะเหลือไม่ถึง ๙๐ วัน ในกรณีนี้จะไม่ดำเนินการสรรหาก็ได้
กรรมการผู้ทรงฯ............................ให้ดำรงตำแหน่งแทนเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
องค์ประชุม ก.ต.ช...........................ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง
ถ้าประธานไม่มาหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้.........ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน
ประธานกรรมการและกรรมการโดยตำแหน่ง..........จะมอบหมายบุคคลใดให้มาประชุมแทนไม่ได้
ก.ต.ช. มีอำนาจ..................ออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการลงมติ ก.ต.ช. /คณะอนุกรรมการ / กรรมการ

ลักษณะที่ ๔ ยศและชั้นข้าราชการตำรวจ

ยศตำรวจมี................................. ๑๔ ลำดับ (ส.ต.ต. ถึง พล.ต.อ.)
ชั้นข้าราชการตำรวจมี................... ๓ ชั้น (๑)สัญญาบัตร (๒)ประทวน (๓)พลตำรวจ
การแต่งตั้งยศตำรวจสัญญาบัตร..........เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ
การแต่งตั้งยศตำรวจสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษ.................อาจกระทำได้โดยประกาศพระบรมราชโองการ
ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งยศสัญญาบัตรจะแต่งตั้งว่าที่ยศชั้นสัญญาบัตรเป็นการชั่วคราว โดยให้ผู้มีอำนาจต่อไปนี้แต่งตั้ง............................
(๑) ว่าที่ยศ ร.ต.ต. ถึง พ.ต.อ. ให้ ผบ.ตร. เป็นผู้แต่งตั้ง
(๒) ว่าที่ยศ พล.ต.ต. ขึ้นไป ให้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้ง
การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นประทวน....................ให้ ผบ.ตร.หรือ ผู้บังคับบัญชาระดับ ผบช.ขึ้นไป ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. เป็นผู้แต่งตั้ง ตามหลักเกณฑ์ ก.ตร.
การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นประทวนเป็นกรณีพิเศษ..............................ให้ ผบ.ตร. เป็นผู้แต่งตั้ง ตามหลักเกณฑ์ ก.ตร.
การถอด หรือ การออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร...........ให้เป็นไปตามระเบียบ สตช. และโดยประกาศพระบรมราชโองการ
การให้ออกจากว่าที่ยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร หรือการถอด หรือการออกจากยศตำรวจชั้นประทวน
ให้ผู้มีอำนาจต่อไปนี้............................
(๑) ยศตำรวจชั้นประทวน ให้ ผบ.ตร. หรือ ผบช. เป็นผู้สั่ง
(๑) ว่าที่ยศ ร.ต.ต. ถึง พ.ต.อ. ให้ ผบ.ตร. เป็นผู้สั่ง
(๒) ว่าที่ยศ พล.ต.ต. ขึ้นไป ให้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่ง
สั่งได้ตามระเบียบ สตช.

ลักษณะที่ ๕ ก.ตร.

ก.ตร.ประกอบด้วย..................
(๑) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ , เลขาธิการ ก.พ. , ผบ.ตร. , จเรตำรวจแห่งชาติ , รอง ผบ.ตร. เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งโปรดเกล้าแต่งตั้ง จากผุ้ซึ่งได้รับคัดเลือก
ก.ตร.ผู้ทรงฯ ประกอบด้วย..................(มาตรา ๓๐ (๒))
(ก) ผู้ที่เคยรับราชการเป็นตำรวจในตำแหน่ง ผบช. หรือเทียบเท่า ขึ้นไป จำนวน ๕ คน แต่ต้องพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกิน ๑ ปี
(ข) ผู้ซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจ จำนวน ๖ คน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขา นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ อาชญาวิทยา และงานยุติธรรม หรือ สาขาอื่นตามที่ ก.ตร.กำหนด สาขาละ ไม่เกิน ๑ คน
เว้นแต่ถ้ามี รอง ผบ.ตร. เพิ่มขึ้น ก็ให้กรรมการผู้ทรงฯ เพิ่มขึ้นอีกตามจำนวนของ รอง ผบ.ตร.
บุคคลซึ่งเคยเป็นตำรวจ หากพ้นจากความเป็นตำรวจ เกิน ๑๐ ปี และอายุไม่เกิน ๖๕ ปี อาจได้รับการสรรหาเป็น ก.ตร.ผู้ทรงได้ แต่ต้องไม่เกิน ๑ คน
ตำแหน่งเลขานุการ ก.ตร........................ผบช. สนง.ก.ตร.
ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ........................รอง ผบช. สนง.ก.ตร.
รายชื่อกรรมการ ก.ตร.ผู้ทรงฯ.................ให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก.ตร.มีอำนาจและหน้าที่..........................(ม.๓๑)
(๑) กำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
(๒) ออกกฎ ก.ตร.
(๓) กำกับดูแล และให้มีอำนาจออกระเบียบให้ สตช.รายงานเกี่ยวกับการสอบ การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ
(๔) รายงาน ครม.เพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพ

(๕) กำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้งและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับ สำหรับวุฒิปริญญา
(๖) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม
(๗) พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับ วันเดือนปีเกิด และควบคุมการเกษียณอายุ
(๘) ในกรณีที่เห็นว่าการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ของ สตช. ไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นไปตาม พรบ.นี้ ให้มีมติสั่งให้ สตช.ปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้า สตช.ไม่ปฏิบัติตามให้รายงาน นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งต่อไป
(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
(๑๐)ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตาม พรบ.นี้ หรือกฎหมายอื่น
กฎ ก.ตร.บังคับได้ใช้เมื่อ.........................ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เพื่อความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายให้ ก.ตร.ออกกฎกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง
กฎดังกล่าวมีผลบังคับใช้ได้เมื่อ.................... ๑๘๐ วันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กรรมการ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้.................(ม.๒๐)
(๑)มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
(๒)มีอายุไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปี บริบูรณ์
(๓)ไม่เป็น สส. สว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาข้าราชการการเมืองหรือที่ปรึกษา สส. หรือ สว.ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่
(๔)ไม่มีตำแหน่งในพรรคการเมือง
(๕)ไม่เป็นคนไร้ความสามมารถ เสมือนไร้ความสามารถ วิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๖)ไม่เป็นคนล้มละลาย
(๗)ไม่เคยได้รับโทษจำคุก เว้นแต่ประมาทหรือลหุโทษ
(๘)ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก ให้ออกจากราชการ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ
(๙)ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ
(๑๐)ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงฯ...........ให้ ก.ตร. เป็นผู้วินิจฉัย
ก.ตร. จะเป็นกรรมการใน ก.ต.ช. ในขณะเดียวกันไม่ได้.............. ยกเว้นนายก และ ผบ.ตร.
การเลือก ก.ตร.ผู้ทรงฯให้ดำเนินการ ดังนี้............................................
(๑ การเลือก กรรมการผู้ทรงฯ ตาม มาตรา ๓๐ (๒)(ก)(ผู้ซึ่งเคยรับราชการตำรวจในตำแหน่ง ผบช./เทียบเท่าขึ้นไป) ให้ ผกก. พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งเทียบเท่าเป็นผู้เลือก
(๒) การเลือก กรรมการผู้ทรงฯ ตาม มาตรา ๓๐ (๒)(ข)(ผู้ไม่เป็นข้าราขการตำรวจ) ให้ ก.ตร.โดยตำแหน่ง และ ก.ตร.ผู้ทรงตาม มาตรา ๓๐ (๒) (ก) เป็นผู้เลือก แล้วเสนอไปยัง ครม. เมื่อได้รับอนุมัติจาก ครม.แล้วให้นำความเพื่อโปรดเกล้าฯ พร้อมกับ ก.ตร.ผู้ทรงตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)
การเลือก ก.ตร.ตาม มาตรา ๓๐ (๒)(ก) ให้ประธาน ก.ตร.รับสมัคร แล้วจัดส่งบัญชีรายชื่อโดยเรียงตามลำดับตัวอักษรไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่า.................๔๐ วัน
การเลือก ก.ตร.ตาม มาตรา ๓๐ (๒)(ก) ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนมากตามลำดับเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีผู้ได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้สามารถเรียงลำดับผู้รับเลือกตามจำนวนได้..........................................
......ให้ประธาน ก.ตร.ทำการจับฉลาก
กรรมการ ก.ตร.ผู้ทรง ฯให้วาระการดำรงตำแหน่งได้คราวละ........... ๔ ปี วาระเดียว
ให้กรรมการ ก.ตร. ผู้ทรงฯซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ.................... ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงฯ ที่ได้รับเลือกใหม่เข้ารับหน้าที่
นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระกรรมการผู้ทรงฯ จะพ้นจากตำแหน่งเมื่อ...............................
(๑) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
(๒) ก.ตร.มีมติคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม
(๓) ตาย / มีอายุครบ ๗๐ ปีบริบูรณ์ / ลาออก
(๔) สมัครรับเลือกตั้ง หรือได้รับแต่งตั้งเป็นคณะผู้บริหารท้องถิ่น
ในกรณี ก.ตร.ผู้ทรงฯ ตามมาตรา ๓๐ (๒)(ก) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ......ให้ผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อในอันดับแรกเป็นกรรมการแทน และให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงฯตามมาตรา ๓๐(๒)(ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ดำเนินการเลือกแทนตำแหน่งที่ว่าง หากมีกำหนดเวลาไม่ถึง ๒ ปี ..........ไม่ให้นับเป็นวาระการดำรงตำแหน่ง
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงฯจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระใหดำเนินการจัดให้มีการเลือกใหม่ภายในเวลา..................................ไม่เกิน ๖๐ วัน ก่อนครบวาระ
องค์ประชุม ก.ตร....................ต้องมี ก.ตร.มาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ของจำนวน ก.ตร.ทั้งหมด
ในกรณีที่ประธาน ก.ตร.ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้...........ให้กรรมการ ก.ตร.ที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน
การประชุม.............................ให้ประธาน ก.ตร.เป็นผู้เรียกประชุม ในกรณีที่กรรมการ ก.ตร.ไม่น้อยกว่า ๖ คนร้องขอให้เรียกประชุม ให้ประธานกรรมการ เรียกประชุมภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ
ในกรณีที่ ก.ตร.มีหน้าที่ตาม พรบ.นี้..............ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร. แต่ไม่ตัดสิทธิ์กรรมการคนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ

ลักษณะที่ ๖ ระเบียบข้าราชการตำรวจ

ตำแหน่งและการกำหนดตำแหน่ง...............มีทั้งหมด ๑๓ ตำแหน่ง ตั้งแต่ ผบ.ตร. ถึง รอง ผบ.หมู่ ที่น่าสังเกตุคือตำแหน่ง จเรตำรวจแห่งชาติ เทียบเท่ากับตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.
จะกำหนดให้มีตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นโดย.............ก.ตร.เป็นผู้กำหนด ในกฎ ก.ตร.
การกำหนดให้มีตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นให้มีเฉพาะเท่าที่จำเป็น..........เมื่อหมดความจำเป็นให้ยุบตำแหน่งนั้น
จะให้มีตำแหน่งใด เท่าใด คุณสมบัติอย่างใด จะมียศหรือไม่รวมตลอดถึงการตัดโอนจากส่วนราชการหนึ่งไปส่วนราชการหนึ่ง.....................ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด
การกำหนดจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ ผบก. พงส.ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือเทียบเท่า ขึ้นไป..........................ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ต.ช. ก่อน
ให้ พงส. ได้รับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษตามระเบียบที่..................... ก.ตร. กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
พงส. ให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ดังนี้....................................
(๑)พงส. เมื่อดำรงตำแหน่งและได้รับเงินเดือนตามที่ ก.ตร.กำหนด อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว ให้ผู้นั้นเป็น พงส. ผู้ชำนาญการ (สว.)
(๒)พงส. ผู้ชำนาญการ เมื่อดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า ๓ ปีและได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของ ส.๓ อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว ให้ผู้นั้นเป็น พงส. ผู้ชำนาญการพิเศษ ( รอง ผกก.)
(๓)พงส. ผู้ชำนาญการพิเศษ เมื่อดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า ๓ ปีและได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของ ส.๔ อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว ให้ผู้นั้นเป็น พงส. ผู้ทรงคุณวุฒิ (ผกก.)
(๔)พงส. ผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า ๓ ปี และได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของส.๕ อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว ให้ผู้นั้นเป็น พงส. ผู้เชี่ยวชาญ (รอง ผบก.)
(๕)พงส. ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า ๓ ปีและได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของ ส.๖ อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว พร้อมทั้งมีตำแหน่งว่าง ให้ผู้นั้นเป็น พงส.ผู้เชี่ยวชาญ พิเศษ (ผบก.)
การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของ พงส......................ให้นำปริมาณและคุณภาพของสำนวนการสอบสวนมาประกอบการพิจารณา ตามหลักเกณฑ์ ระเบียบของ ก.ตร.
การแต่งตั้ง พงส. จะมีจำนวนเท่าใด มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาเพียงใด........................................ให้เป็นไปตามระเบียบของ ก.ตร.
การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจตาม พรบ.นี้..............ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามที่กำหนดในระเบียบของ ก.ตร.
การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ ชั้นประทวน ชั้นสัญญาบัตร.................................ให้บรรจุจากบุคคลที่ได้รับคัดเลือก หรือสอบแข่งขันได้
ผู้ที่ได้รับบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ...........ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง มีกำหนดไม่น้อยกว่า ๖ เดือน
หลักเกณฑ์หรือวิธีการคัดเลือกหรือสอบแข่งขัน.........ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ผู้ดำเนินการคัดเลือกหรือสอบแข่งขัน........... ผบ.ตร.หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร.
การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ให้แต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ดังนี้..................
(๑) ผบ.ตร. โปรดเกล้าแต่งตั้งจาก ยศ พล.ต.อ.
(๒) จเรตำรวจแห่งชาติ , รอง ผบ.ตร. โปรดเกล้าแต่งตั้งจาก ยศ พล.ต.ท. / พล.ต.อ.
(๓) ผช.ผบ.ตร. โปรดเกล้าแต่งตั้งจาก ยศ พล.ต.ท.
(๔) ผบช. โปรดเกล้าแต่งตั้งจาก ยศ พล.ต.ต. / พล.ต.ท.
(๕) รอง ผบช. โปรดเกล้าแต่งตั้งจาก ยศ พล.ต.ต.
(๖) ผบก. และพงส.ผู้เชี่วชาญพิเศษ โปรดเกล้าแต่งตั้งจาก ยศ พ.ต.อ.(พิเศษ) / พล.ต.ต.
(๗) รอง ผบก. และพงส.ผู้เชี่ยวชาญ แต่งตั้งจาก ยศ พ.ต.อ.
(๘) ผกก. และพงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่งตั้งจาก ยศ พ.ต.ท. / พ.ต.อ.
(๙) รอง ผกก. และพงส.ผู้ชำนาญการพิเศษ แต่งตั้งจาก ยศ พ.ต.ท.
(๑๐) สว. และพงส.ผู้ชำนาญการ แต่งตั้งจาก ยศ ร.ต.อ. / พ.ต.ท.
(๑๑) รอง สว. และพงส. แต่งตั้งจาก ยศ ร.ต.ต. ขึ้นไปไม่สูงกว่า ร.ต.อ.
(๑๒) ผบ.หมู่ แต่งตั้งจาก ยศ ส.ต.ต. ขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่า ดาบตำรวจ
(๑๓) รอง ผบ.หมู่ แต่งตั้งจาก ชั้น พลตำรวจ
ตำแหน่ง ๒ ถึง ๑๓ อาจแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าด้วยก็ได้

หลักเกณฑ์การแต่งตั้ง
ตำแหน่ง
ผบ.หมู่ หรือ รอง ผบ.หมู่ อาจได้รับคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รอง สว.และพนักงานสอบสวนได้.....................ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
รอง ผบ.หมู่ อาจได้รับคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ได้..........ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

ผบ.ตร.

นายก....คัดเลือกชื่อ – นำเสนอ.......กตช. (พิจารณา).......นายก....นำความเพื่อโปรดเกล้าฯ


จเรตำรวจแห่งชาติ ,รอง ผบ.ตร. (๒)
ผู้ช่วย ผบ.ตร. (๓)
ผบช. (๔)

ผบ.ตร.......คัดเลือกชื่อ – นำเสนอ......ก.ตร. (พิจารณา)......นายก....นำความเพื่อโปรดเกล้าฯ

รอง ผบช. (๕)
ผบก. (๖)
(ใน สนง.ผบ.ตร.)

ผบ.ตร....คัดเลือก(รับฟังข้อเสนอแนะจาก ผบช.ที่เกี่ยวข้อง..เสนอ....กตร.
(เห็นชอบ)........นายก.....นำความเพื่อโปรดเกล้าฯ

รอง ผบช. (๕)
ผบก. (๖)
(ที่ไม่สังกัด สนง.ผบตร.)

ผบช....เสนอ.....ผบ.ตร.
เห็นว่า ยังไม่เหมาะสม....ทำความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะ และเหตุผล

เห็นว่า เหมาะสม................เสนอ....ก.ตร.(เห็นชอบ)....นายก....นำความเพื่อโปรดเกล้าฯ




รอง ผบก. (ลงมา)

ใน สนง. ผบ.ตร.
ผบ.ตร.....แต่งตั้ง...โดยที่
ผบก.ที่เกี่ยวข้องมีข้อเสนอ
และมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นชอบ
* หากไม่เป็นที่ยุติ ให้.....ผบ.ตร. ชี้ขาด
ไม่สังกัด สนง. ผบ.ตร.
ผบช...........แต่งตั้ง....โดยที่
ผบก.ที่เกี่ยวข้องมีข้อเสนอ
และมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นชอบ
*หากไม่เป็นที่ยุติ ให้.... ผบ.ตร. ชี้ขาด


ผกก. (ลงมา)......ไม่สูงกว่าตำแหน่งเดิม

ใน บช. ที่สังกัด สนง.ผบ.ตร.
ผบช. .......แต่งตั้ง โดย รับฟังข้อเสนอแนะจาก ผบก.ที่เกียวข้อง
ใน บก. ที่สังกัด สนง.ผบก.ตร.
ผบก. .........แต่งตั้ง
....................................................

ใน บช. อื่น
ผบก. .........แต่งตั้ง



จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
ต่อสรุป พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

พรบ.ตำรวจแห่งชาติ

การแต่งตั้ง รอง ผบช. ลงมา จากส่วนราชการหนึ่ง ไปส่วนราชการหนึ่ง
รอง ผบช.
ผบก.
ระหว่าง สนง.ผบ.ตร. และ บช. อื่น
ผบ.ตร. และ ผบช. .........ตกลงกัน
ผบ.ตร. ....เสนอ....ก.ตร. .......นายก......นำความเพื่อโปรดเกล้าฯ
.........................................................
ระหว่าง บช. อื่น
ผบช. ที่เกี่ยวข้อง........ตกลงกัน ถ้า
ตกลงกันได้
ผบช.ที่ประสงค์จะแต่งตั้ง.....เสนอ.....ผบ.ตร. .....เสนอ.....ก.ตร....นายก..นำความฯ
ตกลงกันไม่ได้
ผบ.ตร. , ผบช. ที่เกี่ยวข้อง......ทำความเห็นและข้อเสนอแนะ.....เสนอ......ก.ตร.


รอง ผบก. ลงมา

ระหว่าง สนง. ผบ.ตร. และ บช. อื่น
ผบ.ตร. และ ผบช.ที่เกี่ยวข้อง.........ตกลงกัน
ผบ.ตร. / ผบช.
ที่ประสงค์จะแต่งตั้ง......เป็นผู้แต่งตั้ง


ระหว่าง บช. อื่น
ผบช. ที่เกี่ยวข้อง........ตกลงกัน
*ผบช.ที่ประสงค์จะแต่งตั้ง...............เป็นผู้แต่งตั้ง

ในกรณีที่ ผบ.ตร. เห็นว่า
๑. การแต่งตั้งของ ผบช. ไม่เป็นธรรม
๒.ไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์ ที่ ก.ตร. กำหนด
๓. กรณีต้องดำเนินการทางวินัย
๔. และมีความจำเป็น ให้ รอง ผบช. (ลงมา)
- พ้นจากหน้าที่
-พ้นจากพื้นที่
-หรือมีเหตุพิเศษ ตามที่ ก.ตร. กำหนด ให้
ผบ.ตร.......แต่งตั้ง
* โดยที่ในตำแหน่ง รอง ผบช. และ ผบก. ผบ.ตร. ....เสนอ ก.ตร...เห็นชอบ

การสั่งให้ข้าราชการตำรวจ
๑. สำรองราชการ
๒. พ้นจากตำแหน่งหน้าที่
ให้
๑. นายก......เป็นผู้สั่ง สำหรับตำแหน่ง..................ผบ.ตร.
๒. ผบ.ตร...เป็นผู้สั่ง สำหรับตำแหน่ง...................ตร. ทุกตำแหน่ง
๓. ผบช.....เป็นผู้สั่ง สำหรับตำแหน่ง....................ตร. ใน บช. (หรือเทียบเท่า)
การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการอื่น.............จะกระทำได้ต่อเมื่อเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการอื่นนั้นต้องการ


การสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้

ส.๖
ผบ.ตร......เป็นผู้สั่ง สำหรับ ระดับ. ส.๗ เมื่อ ก.ตร. ..เห็นชอบ
ส.๘
การเลื่อนขั้นเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ส.๕ ลงมา..................ให้เป็นไปตามระเบียบ ก.ตร.

การเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกิน ๒ ขั้น.... ต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.เป็นพิเศษเฉพาะราย

ขั้นเงินเดือน

๑ พล.ต.อ. (ตำแหน่ง ผบ.ตร.) ให้รับอัตราเงินเดือน.........................ส.๙
๒ พล.ต.อ..........................................................................................ส.๘
๓ พล.ต.ท..........................................................................................ส.๗
๔ พล.ต.ต...........................................................................................ส.๖
๕ พ.ต.อ.(พิเศษ)...............................................................................ส.๕
๖ พ.ต.อ............................................................................................ส.๔
๗ พ.ต.ท............................................................................................ส.๓
๘ พ.ต.ต............................................................................................ส.๒
๙ ร.ต.อ. ,ร.ต.ท. ,ร.ต.ต.....................................................................ส.๑
๑๐ ด.ต. ..............................................................................................ป.๓
๑๑ จ.ส.ต.(พิเศษ)................................................................................ป.๒
๑๒. จ.ส.ต. , ส.ต.อ. , ส.ต.ท. , ส.ต.ต...................................................ป.๑
๑๓. พลฯสำรอง...................................................................................พ.๑
* ยศ ๒ ถึง ๑๓ ให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าก็ได้โดยตราเป็น กฤษฎีกา
ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว...........ตามที่กำหนดในกฤษฎีกา
ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มพิเศษรายเดือน เงินเพิ่มอื่น.......ตามที่ ครม. กำหนด
ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่ประจำในต่างประเทศ หรือตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ..............ตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

การรักษาราชการแทน

ผู้สั่ง ตำแหน่ง
๑. นายกรัฐมนตรี...................................................................ผบ.ตร.
๒. ผบ.ตร. ............................................................................. จเรตำรวจแห่งชาติ
รอง ผบ.ตร. หรือเทียบเท่าลงมา
๓. ผบช. หรือเทียบเท่า.......................................................... ผบก.
พงส.ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (ลงมา)
ในส่วนราชการนั้น



๔. ผบก. หรือเทียบเท่า......................................................... ผกก.
พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ลงมา)
ในส่วนราชการนั้น
ในกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้รักษาการแทน....................ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรอง / ถ้าไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีตำแหน่งผู้ช่วย ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย / ถ้ามีตำแหน่ง รองหลายคน ให้ผู้มีอาวุโส / ถ้าไม่มีทั้ง รอง หรือผู้ช่วยหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้มีอาวุโส เป็นผู้รักษาการแทน
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต อนุมัติ การดำเนินการด้านอื่นที่ ผบ.ตร.จะพึงปฏิบัติตามกฎหมายในกิจการของกองบัญชาการ...............ให้ ผบช.เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร.
ในการปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร...............ผบช.อาจมอบหมายให้ รอง ผบช.ปฏิบัติราชการแทก็ได้
ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาประโยนช์ของทางราขการหรือเพื่อระงับความเสียหายอันเกิดจากการใช้อำนาจของ ผบช...................... ผบ.ตร.จะระงับการใช้อำนาจนั้นเป็นการชั่วคราวและใช้อำนาจนั้นด้วยตนเองก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่ ก.ต.ช. กำหนด
เมื่อรับมอบอำนาจแล้ว...........ผู้รับมอบอำนาจมีหน้าที่ต้องรับมอบอำนาจนั้น และจะมอบอำนาจนั้นให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นต่อไปไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้มอบอำนาจไว้เป็นกรณีไป
ในกรณีที่ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง มติ ครม. กำหนดให้อำนาจหรือหน้าที่ใดเป็นของปลัดกระทรวง..................การใช้อำนาจหรือการปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวของ สตช.ให้ถือเป็นอำนาจและหน้าที่ของ ผบ.ตร.

วินัยและการรักษาวินัย

กฎ ก.ตร.เรื่องจรรยาบรรณของตำรวจให้มีผลใช้บังคับ..............เมื่อพ้นกำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจาฯ
การกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงได้แก่..............การไม่รักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้าม ๑๘ ข้อ
การกระทำผิดวินัยร้ายแรง..........................มี ๗ ข้อ
ผู้มีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาข้าราชการตำรวจให้มีวินัยและดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดวินัยคือ.................ผู้บังคับบัญชา
เมื่อกรณีมีมูลที่ควรจะกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัย..............ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยทันที


ผู้บังคับบัญชาผู้ใด ละเลย ไม่ดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดวินัย หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยไม่สุจริต..................ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย
เมื่อมีความจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาวินัย แลปราบปรามข้าราชการตำรวจผู้ก่อการกำเริบ หรือเพื่อบังคับข้าราชการตำรวจที่ละทิ้งหน้าที่ให้กลับทำหน้าที่..................
ผู้บังคับบัญชาอาจใช้อาวุธหรือกำลังบังคับได้ และถ้าได้ทำโดยสุจริต ตามสมควรแก่เหตุ ผู้บังคับบัญชา หรือผู้ช่วยเหลือไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา แต่ต้องรายงานเหตุไปยังผู้บังคับบัญชาเหนือตนตามลำดับ จนถึง ผบ.ตร.
โทษทางวินัย........................มี ๗ สถาน ได้แก่
(๑) ภาคทันฑ์
(๒)ทันฑกรรม
(๓)กักยาม
(๔)กักขัง
(๕)ตัดเงินเดือน
(๖)ปลดออก
(๗)ไล่ออก
ภาคทันฑ์ได้แก่..................มีเหตุควรปราณี จึงแสดงความผิดให้ปรากฎ
ทันฑกรรมได้แก่...............ทำงานโยธา อยู่เวรยาม ทำงานสาธารณประโยชน์ ไม่เกิน ๖ ซม. ต่อวัน
กักยามได้แก่......................การกักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งที่สมควร
กักขังได้แก่.........................การขังในที่จัดไว้เพื่อควบคุม
การกักยามหรือกักขัง.............................จะใชังานโยธาหรืองานอื่นของทางราชการด้วยก็ได้แต่ต้องไม่เกิน ๖ ซม. ต่อวัน
การลงโทษข้าราชการตำรวจ.................ให้ทำเป็นคำสั่งโดยระบุด้วยว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด และมาตราใด
การดำเนินการทางวินัย

เมื่อมีการกล่าวหาหรือกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัย............ให้ ผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง หรือ พิจารณาในเบื้องต้นว่ามีมูลที่ควรกล่าวหาหรือไม่
การสืบสวนข้อเท็จจริง....................ให้แจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา หรือถูกร้องเรียนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
เมื่อข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่าผิดวินัยไม่ร้ายแรง..........ให้ผู้บังคับบัญชานำสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง มาพิจารณาสั่งลงโทษ ภาคทันฑ์ ทันฑกรรม กักยาม กักขัง ตัดเงินเดือน ตามควรแก่กรณี

เมื่อข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่าผิดวินัยร้ายแรง................ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวน
การสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง...................ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้
ผู้มีอำนาจสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน...........................................
ผู้สั่ง สำหรับตำแหน่ง
๑. นายกรัฐมนตรี...................................................................ผบ.ตร.
๒. ผบ.ตร. ............................................................................. จเรตำรวจแห่งชาติ
รอง ผบ.ตร. หรือเทียบเท่าลงมา
๓. ผบช. หรือเทียบเท่า.......................................................... ผบก.
พงส.ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (ลงมา)
ในส่วนราชการนั้น
๔. ผบก. หรือเทียบเท่า......................................................... ผกก.
พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ลงมา)
ในส่วนราชการนั้น
• หรือ ผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจตำแหน่งต่างกันถูกกล่าวหาว่าผิดวินัยร้ายแรงร่วมกัน..............ให้ผู้มีอำนาจสำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่มีตำแหน่งในระดับสูงกว่าเป็นผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่า หย่อนความสามารถ บกพร่อง หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม และผลการสอบปรากฏว่าผิดวินัยร้ายแรง.............ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งตามผลการสอบสวนโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มี ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ จะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้องให้โอกาศผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา
การพิจารณาสั่งลงโทษทางวินัย....................ให้พิจารณาสั่งการให้แล้วเสร็จภานใน ๒๔๐ วัน นับแต่วันได้รับสำนวน
กรณีมีเหตุจำเป็น ตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ซึ่งทำให้การพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด...................ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๖๐ วัน
หากยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ................ให้ผู้ถูกกล่าวหากลับคืนสู่ฐานะเดิมก่อน และให้ถือว่าไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกสืบสวนหรือสอบสวน นับแต่วันครบกำหนด จนกว่าการพิจารณาสั่งการในเรื่องนั้นจะเสร็จสิ้นและมีคำสั่ง



ในกรณีที่ความผิดที่ปรากฎชัดแจ้งตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร................จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่ต้องสืบสวนหรือสอบสวนก็ได้
เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องกักตัวผู้ถูกกล่าวหา................ให้ผู้บังคับบัญชามีอำนาจกักตัวระหว่างการสอบสวนได้ แต่ต้องไม่เกิน อำนาจลงโทษ กักขัง ของผู้สั่ง และต้องไม่เกิน ๑๕ วัน
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจถูกลงโทษ กักยาม หรือ กักขัง ................ให้หักจำนวนวันที่ถูกกักตัวออกจากระยะเวลากักยาม หรือกักขังด้วย
ในกรณีที่ถูกลงโทษทันฑกรรม...........ให้ถือว่าการถูกกักตัวเป็นการรับโทษสำหรับความผิดนั้นแล้ว
ข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง.............ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษ ภาคทันฑ์ ทันฑกรรม กักยาม กักขัง หรือตัดเงินเดือน ตามควรแก่กรณี
การลงโทษภาคทันฑ์ให้ใช้เฉพาะ...............กรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยหรือมีเหตุอันควรลดหย่อน ซึ่งไม่ถึงกับต้องลงโทษทันฑกรรม
ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าผู้กระทำผิดวินัยควรได้รับโทษสูงกว่าที่ตนมีอำนาจสั่ง...........ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาของตนที่มีอำนาจ เพื่อพิจารณาสั่ง
ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ.................จะงดโทษให้โดยให้ทำทันฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้
ผู้บังคับบัญชาจะมีอำนาจสั่งลงโทษ ในสถานโทษใด และอัตราโทษเพียงใด.........ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ผู้ใดกระทำผิดวินัยร้ายแรง....................ให้ผู้มีอำนาจสั่ง สั่งลงโทษ ปลดออก หรือ ไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี
ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาก็ได้.....แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก
การพิจารณาสั่ง ของ ผบ.ตร. , ผบช.หรือเทียบเท่า , ผบก. หรือเทียบเท่า เพื่อลงโทษผู้กระทำผิดวินัย ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองเสนอ คณะกรรมการดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วย รองหัวหน้าหน่วยงานนั้นทุกคน
ผู้ถูกลงโทษปลดออก.................ให้มีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าลาออกจากราชการ
เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ใดแล้ว..............ให้รายงานการดำเนินการทางวินัยต่อผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งเหนือผู้ดำเนินการ และรายงาน ผบ.ตร.
ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับรายงานเห็นว่าการยุติเรื่อง งดโทษ ลงโทษเป็นการไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม.................ให้มีอำนาจสั่งลงโทษ เพิ่มโทษเป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่หนักขึ้น ลดโทษลง งดโทษ ทำทันฑ์บนเป็นหนังสือว่ากล่าวตักเตือน หรือยกโทษให้ถูกต้องเหมาะสม


เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง หรือสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการในเรื่องใดแล้ว..........................ถ้า ก.ตร.เห็นสมควรที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติม หรือสอบสวนใหม่ ให้ ก.ตร.มีอำนาจกระทำได้ตามความจำเป็น
ให้ผู้สืบสวน กรรมการสืบสวน กรรการสอบสวนทางวินัย.............เป็นเจ้าพนักงานตาม ป.อาญา และให้มีอำนาจเช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตาม ป.วิ อาญา
ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง หรือ ถูกชี้มูลความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ไว้แล้ว.............แม้ต่อมาผู้นั้นจะลาออกจากราชการไปก็ให้ทำการสอบสวนต่อไป แต่ต้องให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ออกจากราชการ
ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกกล่าวหาว่า ผิดวินัยร้ายแรง จนถูกตั้งกรรมกการสอบสวน หรือต้องหาว่ากระทำผิดกฎหมายอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่ความผิดประมาทหรือความผิดลหุโทษ.................................ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งพักราชการ หรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ถ้าภายหลังผลการสอบสวนผู้นั้นมิได้กระทำความผิดหรือผิดไม่ถึงกับถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก...................ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม
ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีที่อาจถูกสืบสวนหรือสอบสวนว่ามีการกระทำผิดวินัย แต่ได้ออกจากราชการก่อนดำเนินการสืบสวนหรือสอบสวน.......... ภายหลังได้กลับเข้ารับราชการใหม่ภานใน
๕ ปี ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้มีการสืบสวนสอบสวนต่อไป

การออกจากราชการ
ข้าราชการตำรวจออกจากราชการเมื่อ......................................
(๑) ตาย
(๒)พ้นจากราชการตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญ
(๓)ได้รับอนุญาตให้ลาออก หรือการลาออกมีผล
(๔)ถูกสั่งให้ออก
(๕)ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
ข้าราชการตำรวจผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือ ขอลาออก.......ต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งทางการเมือง เพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น...........
ให้การลาออกมีผลบังคับนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นลาออก
ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ...........จะยับยั้งการลาออกเป็นเวลาไม่เกิน ๓ เดือนนับแต่วันขอลาออก

ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกกล่าวหาว่าหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ ประพฤติตนไม่เหมาะสม ในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ.................ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ ผกก.หรือเทียบเท่าขึ้นไปเห็นว่ามีมูล ถ้ารับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า
เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกกล่าวหาว่าผิดวินัยร้ายแรงและได้มีการสอบสวนแต่ไม่ได้ความแน่ชัดว่าผู้นั้นกระทำความผิดที่จะถูกลงโทษ แต่มีมลทินมัวหมอง...............ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญทดแทนได้
ในการออกจากราชการของข้าราชการตำรวจตำแหน่ง ผู้บังคับการ พงส.ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป ......................ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ
ในการออกจากราชการของข้าราชการตำรวจตำแหน่ง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า..................ให้นำความฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่พ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย

การอุทธรณ์

ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสั่งลงโทษ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ.................มีสิทธิ์อุทธรณ์ได้
กรณีถูกสั่งลงโทษ ภาคทันฑ์ ทันฑกรรม กักยาม กักขัง ตัดเงินเดือน...............ให้อุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชา ของผู้บังคับบัญชาที่สั่งลงโทษ ถ้า ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งลงโทษ ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.
กรณีถูกสั่งลงโทษ ปลดออก ไล่ออกหรือให้ออก .................................ให้อุทธรณ์ ต่อ ก.ตร.
ระยะเวลาอทธรณ์..................ให้อุทธรณ์ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง
ระยะพิจารณาอุทธรณ์............ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน นับแต่วันรับอุทธรณ์
ในกรณีมีเหตุจำเป็นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ที่ทำให้การพิจารณาไม่เสร็จ.............ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละ ไม่เกิน ๖๐ วัน

การร้องทุกข์

ข้าราชการตำรวจผู้ใดเห็นว่า ผู้บังคับบัญชา ใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนไม่ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย หรือเกิดจากการปฎิบัติโดยมิชอบต่อตน.............ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชา หรือ ก.ตร. แล้วต่กรณี เว้นแต่เป็นกรณีมีสิทธิอุทธรณ์ ให้ใช้สิทธิอุทธรณ์
หลักเกณฑ์การร้องทุกข์ เหตุห่งการร้องทุกข์และการพิจารณา.......ให้เป็นไปตาม กฎ ก.ตร.


เครื่องแบบ

ลักษณะ ชนิด ประเภทของเครื่องแบบ รวมทั้งการแต่งว่าจะสมควรอย่างไร เมื่อไร..........ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตราที่มีโทษทางอาญา ๓ มาตรา
ม.๑๐๘ ผู้ใดแต่งเครื่องแบบโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวางโทษ ๓ เดือน ถึง ๕ ปี
ม.๑๐๙ ข้าราชการตำรวจผู้ใดแต่งเครื่องแบบขณะกระทำความผิดกฎหมายอาญาซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ ปีขึ้นไป ต้องระวางโทษ ๑ ปี ถึง ๗ ปี
ม.๑๑๐ ผู้ใดแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจ และกระทำการใดๆอันทำให้ราชการตำรวจ ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ราชการตำรวจ ต้องระวางโทษ ไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับ ๑,๐๐๐ ถึง ๑๐,๐๐๐ หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในการแสดภาพยนต์ ละคร หากผู้แสดงประสงค์จะแต่งเครื่องแบบ.............ให้ผุ้รับผิดชอบหรือมอบหมาย แจ้งต่อหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่จะทำการแสดงนั้น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ลักษณะที่ ๗ กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา

วัตถุประสงค์ในการตั้งกองทุน............................เพื่อสนับสนุนงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
กองทุนประกอบด้วย...........................................
๑.เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
๒.เงินและทรัพย์สินที่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐ วิสาหกิจ ส่วนราชการท้องถิ่น มูลนิธิ
๓.ดอกผลที่เกิดจากกองทุน
ให้นำเงินค่าเปรียบเทียบปรับคดีอาญาที่เป็นอำนาจของข้าราชการตำรวจ และเงินค่าปรับตาม พรบ.จราจรทางบก เฉพาะส่วนที่จะต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินให้เป็นกองทุน............โดยได้รับอนุมัติจาก ครม.
คณะกรรมการบริหารกองทุนประกอบด้วย.......................................
(๑) ผบ.ตร. เป็นประธานกรรมการ
(๒) ผู้แทนสำนักปลัดนายก
(๓) ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด
(๔) ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม
(๕) ผู้แทนสำนักงบประมาณ
(๖) ผู้แทนกรมบัญชีกลาง
(๗) ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
(๘) รอง ผบ.ตร หรือ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. จำนวน ๒ คน
ให้ประธานกรรมการแต่งตั้ง...................ข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ ๑ คน ผู้ช่วยเลขานุการไม่เกิน ๒ คน
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารกองทุน..............................................
(๑)บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และ นโยบายที่ ก.ต.ช. กำหนด
(๒)ออกระเบียบหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ต.ช.
(๓)จัดวางระบบบัญชีให้เป็นมาตรฐาน
(๔)กำหนดหลักเกณฑ์การเก็บรักษา และจ่ายเงินของกองทุน
(๕)ออกระเบียบกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน
(๖)แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
(๗)ออกระเบียบ ข้อบังคับ ในการบริหารกองทุก
(๘)รายงานสถานะการเงินและบริหารกองทุนต่อ ก.ต.ช.
นับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน................ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบการเงินและบัญชี ส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายใน ๑๒๐ วัน
ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี...............แล้วรายงานผลการสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อ ก.ต.ช. และ กระทรวงการคลัง

บทเฉพาะกาล


จำเกี่ยวกับตัวเลขใน พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

- ชื่อ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547

- ให้ไว้ ณ วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547

- ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2547 เล่มที่ 121 ตอนที่ 18 ก

- ใช้บังคับวันถัดจากวันประกาศฯคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547

- เป็นปีที่ 59 ในรัชกาลปัจจุบัน

- ก.ต.ช.โดยตำแหน่งประกอบด้วย 7 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ

- แต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไป 1 คน เป็นเลขานุการ ก.ต.ช.

- แต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกิน 2 คนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ก.ต.ช.

- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ก.ต.ช. เชี่ยวชาญ 4 ด้านคือ กฎหมาย การงบประมาณ การพัฒนาองค์กร การวางแผน หรือการบริหารและจัดการ

- คุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ก.ต.ช. คือ อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์

- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ก.ต.ช. พ้นจากตำแหน่งเมื่อ มีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์

- ก.ต.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย

- ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึง 90 วัน ในกรณีนี้จะไม่ดำเนินการให้มีการสรรหาก็ได้

- ก.ต.ช. มีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม

- ตำแหน่ง 13

- ยศ 14

- ชั้นข้าราชการ 3

- ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจ ของ ก.ตร. จำนวน 6 คน

- กรรมการ ก.ตร. ซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจ หากได้พ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกิน10 ปีและมีอายุไม่เกิน 65 ปี

- ข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ตร.) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี วาระเดียว

- ก.ตร. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย

- การดำรงตำแหน่งของ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำรงตำแหน่งแทน หากมีกำหนดเวลาไม่ถึง 2 ปี ไม่ให้นับเป็นวาระการดำรงตำแหน่ง

- ในกรณีที่ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายใน 60 วันก่อนวันครบวาระ

- การประชุม ก.ตร. ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

- ให้ประธานกรรมการ ก.ตร. เป็นผู้เรียกประชุม แต่ในกรณีที่ ก.ตร. ไม่น้อยกว่า 6 คนร้องขอให้เรียกประชุม ให้ประธานกรรมการ ก.ตร. เรียกประชุมภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับร้องขอ

- ผู้ที่จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ต้องมีคุณสมบัติ มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์

- การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ คำนึงถึง (เรียงตามลำดับ)

1. ความอาวุโส

2. ประวัติการรับราชการ

3. ผลการปฏิบัติงาน

4. ความประพฤติ

5. ความรู้ความสามารถประกอบกัน

- ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกิน 15 วันโดยไม่มีเหตุอันสมควร (ถ้า 15 วัน ไม่ผิด)

- โทษทางวินัยมี 7 สถาน (ให้ออก ไม่ใช่โทษทางวินัย)

- การลงโทษทัณฑกรรม ไม่เกิน 6 ชั่วโมงต่อ 1 วัน

- การลงโทษกักยามหรือกักขัง ไม่เกิน 6 ชั่วโมงต่อ 1 วัน

- เมื่อข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชานำสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง ให้พิจารณาสั่งการให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันนับแต่วันได้รับสำนวน

- หากการพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวก็ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 60 วัน

- เมื่อมีเหตุจำเป็นจะต้องกักตัวข้าราชการตำรวจซึ่งถูกกล่าวหาไว้เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน ต้องไม่เกิน 15 วัน

- ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสอบสวนในกรณีกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง แม้ต่อมาข้าราชการตำรวจผู้นั้นจะออกจากราชการไปแล้วก็ให้ทำการสอบสวนต่อไปได้ แต่ต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันออกจากราชการ

- ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีที่อาจถูกสืบสวนหรือสอบสวนว่ามีการกระทำผิดวินัยแต่ได้ออกจากราชการก่อนดำเนินการสืบสวนหรือสอบสวน หากภายหลังได้กลับเข้ารับราชการใหม่ภายใน 5 ปี ให้ผู้บังคับบัญชา ดำเนินการสั่งให้มีการสืบสวนหรือสอบสวนต่อไป

- ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้การลาออก มีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก

- หากผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันขอลาออกก็ได้

- ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง

- ระยะเวลาการพิจารณาอุทธรณ์ ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

- หากการพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวก็ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 60 วัน

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
จรรยาบรรณตำรวจ

1. การพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคลทุกระดับ คำนึงถึงเรื่องใด
ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ข. ความสามารถ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ค. ความรู้ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ง. ความอาวุโส การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว

ตอบ ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว

ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย

2. กรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจคืออะไร
ก.จรรยาบรรณตำรวจตามกฏศีลธรรม
ข.จริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนด้วย
ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.
ง.ถูกหมด

ตอบ ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.

ให้ใช้ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.นี้ เป็นกรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ

3. กฎ ก.ตร. เรื่องประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อใด?
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันมีพระราชโองการ
ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกฤษฏีกา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศกฏกระทรวง

ตอบ ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

4. หน่วยงานระดับใดบ้างที่ควรคำนึงพฤติกรรม การปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ เมื่อมีการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ?
ก.ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข.ระดับกองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ
ค.ระดับกองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ง.ทุกระดับ

ตอบ ง.ทุกระดับ

ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย

5.หน่วยใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ ?
ก.โรงเรียนพระปริยยัติธรรมทุกแห่ง
ข.ศูนย์วัฒธรรมแห่งประเทศไทย
ค.กระทรวงศึกษาธิการ
ง.กองบัญชาการศึกษา

ตอบ. ง.กองบัญชาการศึกษา

ให้กองบัญชาการศึกษาทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่กำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ รวมทั้งรณรงค์ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ กำหนดหลักสูตร พัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ รวมทั้งสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจให้เทียบเท่าระดับสากล

6.หากผู้บังคับบัญชาไม่สอดส่องดูแลการประพฤติตามประมวลจริยธรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาให้ถือว่าใครเป็นผู้จงใจละเมิดฝ่าฝื่นประมวลจริยธรรม
ก. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอดส่องดูแล
ข.ให้จเรตำรวจแห่งชาติรับหน้าที่ติดตาม
ค.ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นจงใจละเมิด หรือ ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนั้น
ง.ถูกหมด

ตอง ค.

7. จเรตำรวจมีหน้าที่และอำนาจอย่างไรบ้าง?
ก.ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ
ข.ให้ความเป็นธรรมในการร้องทุกข์ผู้ใต้บังคับบัญชา
ค.ทำหน้าที่แทน ผบ.ตร.ทุกอย่างที่มอบหมาย
ง.ถูกหมด

ตอบ ก.

8.สตช.วางระเบียบเกี่ยวกับการรายงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกี่วันนับแต่ กฎ ก.ตร.นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา?
ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค.30 วัน ง.45 วัน

ตอบ ง.45 (9 – 10 )

9.การสอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจเป็นหน้าที่ของใคร
ก. จเรตำรวจแห่งชาติ ข.ผบ.ตร. ค.ผู้บังคับบัญชาทุกคน ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตอบ ก.( มาตรา

10.สถาบันการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องนำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจไปกำหนดแป็นเรื่องใด?
ก.กำหนดเป็นระเบียบในอำนาจหน้าที่เพื่อใช้บังคับตำรวจ
ข.กำหนดเป็นกฎ กระทรวงเพื่อความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติตนของตำรวจทุกหน่วย
ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ง.กำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติเพื่อความรับผิดชอบ ผู้บังคับบัญชา

ตอบ ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
สรุปมาตรการตรวจสอบภายในและจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ

1. ตามที่รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูประบบราชการ เพื่อปรับเปลี่ยนระบบบริหารภาครัฐไปสู่
- การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่


2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด
- ขยายขอบเขตของการตรวจสอบภายในจากการตรวจสอบความถูกต้องในการใช้จ่ายเงินไปสู่การตรวจสอบที่เน้นประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นสำคัญ


3. งานตรวจสอบภายในในอนาคตคือ
- งานบริการที่จะให้หลักประกันที่เที่ยงธรรมและคำปรึกษาที่เปี่ยมด้วยคุณค่าแก่ส่วนราชการ ด้วยการประเมินและปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุมและการกำกับดูแลภายในส่วนราชการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานของส่วนราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสำเร็จตามที่มุ่งหวัง


4. มาตรฐานการตรวจสอบภายในฉบับนี้จะประกอบด้วยข้อปฏิบัติหลักๆ ของการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน โดยแยกเป็น
- 2 ส่วน คือ มาตรฐานด้านคุณสมบัติและมาตรฐานการปฏิบัติงาน และเพื่อสะดวกต่อการทำความเข้าใจและนำไปใช้ตลอดจนการอ้างอิงและปรับปรุงแก้ไขต่อไป


5. คำอธิบายถึงการนำไปใช้ในงานบริการด้านกาให้หลักประกัน งานบริการให้คำปรึกษา
- มาตราด้านคุณสมบัติ เป็นมาตราที่กล่าวถึงลักษณะของหน่วยงานและบุคลากรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบภายใน
มาตรฐานการปฏิบัติงาน เป็นมาตราที่กล่าวถึงลักษณะของงานตรวจสอบภายในและบรรทัดฐานที่สามารถใช้ประเมินที่
2000 เป็นต้นไป
การนำมาตรฐานไปปฏิวัติ เป็นการอธิบายถึงการนำมาตรฐานด้านคุณสมบัติและมาตรฐานการปฏิบัติงานมาประยุกต์ในแต่ละเรื่อง


6. กรมบัญชีกลางได้นำจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในที่ประกาศใช้เมื่อ
- วันที่ 28 กันยายน 2541 มาปรับปรุงใหม่ เพื่อให้ง่านต่อความเข้าใจยิ่งขึ้น


7. จริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในทั้ง 11 ข้อมาจัดกลุ่มเป็นหลักปฏิบัติ 4 เรื่อง
- ความมีจุดยืนที่มั่นคง ความเที่ยงธรรม การปกปิดความลับ ความสามารถในหน้าที่


8. อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของงานตรวจสอบภายในกฎบัตรประกอบด้วย
- กำหนดกิจกรรมงานตรวจสอบภายในไว้ในโครงสร้างองค์กร
สิทธิและอำนาจในการเข้าถึงข้อมูล เอกสาร หลักฐานต่างๆ บุคลากร และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
ขอบเขตของงานตรวจสอบภายใน


9. การประเมินจากภายนอกควรจัดให้มีขึ้นอย่างน้อย
- ทุกๆ 5 ปี


10. งานตรวจสอบภายใน คือ
- การประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของส่วนราชการให้ดีขึ้น ช่วยให้ส่วนราชการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และปรับปรุงประสิทธภาพของการบริหารความเสี่ยง


จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551

1. กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วัน

ก. 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข. 45 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ค. 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ง. 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ตอบ ค.

2. ในการแต่ตั้งข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

ก. ควรคำนึง พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคล

ข. พิจารณาจากความรู้ความสามารถ

ค. ต้องผ่านอบรมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ก.

3. หน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณภาพของข้าราชการตำรวจ

ก. กองบัญชาการศึกษา ข. สถาบันฝึกอบรม

ค. จเรตำรวจแห่งชาติ ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตอบ ก.





4. กองบัญชาการศึกษามีหน้าที่อะไร

ก. กำหนดชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานข้าราชการตำรวจที่ ประพฤติดีเยี่ยม

ข. รณรงค์ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กำหนดกำหนดหลักสูตรพัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจ เกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ

ค. สร้างเครื่องข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อส่งเสริมจริยธรรมและ จรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจ

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง.

5. การประกาศเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด

ก. จเรตำรวจแห่งชาติ ข. ก.ตร.

ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ง. ผู้อำนวยการกองบัญชาการศึกษา

ตอบ ข.



แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547
1. ข้อใดถูก

ก. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติที่ใช้ในปัจจุบัน ( พ.ศ.2547 )คือ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

ข. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 คือ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ค. พระราชบัญญัติยศตำรวจยังไม่ถูกยกเลิก

ง. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกพระราชบัญญัติทั้งหมด 15 ฉบับ

2. ข้อใดถูกใช้ในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้บัญญัติไว้และในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

ก. ให้ใช้บังคับได้เหมือนเดิม

ข. ส่งเรื่องให้ ก.ตร. ตีความเป็นกรณีพิเศษ

ค. ให้ยกเลิกกฎหมายหรือระเบียบนั้นทันที

ง. ให้ใช้ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แทน

3. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มีผลบังคับใช้ในวันใด

ก. วันก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข. วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ค. วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ง. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547

4. ข้อใดถูก

ก. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ให้ไว้ ณ วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2547

ข. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ให้ไว้เป็นปีที่ 60 ในรัชกาลปัจจุบัน

ค. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มีทั้งหมด 128 มาตรา

ง. ผู้สนองพระบรมราชโองการในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 คือ ประธานรัฐสภา

5. พระราชบัญญัติใดต่อไปนี้ไม่ถูกยกเลิก

ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2521

ข. พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ พุทธศักราช 2477

ค. พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2483

ง. ข้อ ก, ข และ ค ถูกยกเลิกทั้งหมด

6. ข้อใดถูก

ก. พระราชบัญญัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

ข. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งประเทศไทย พ.ศ.2547

ค. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

ง. พระราชบัญญัติกรมตำรวจ พ.ศ.2547



แนวข้อสอบวิชา เศรษฐกิจพอเพียง

1. การสร้างความสมดุลของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเน้นให้เกิดกับสิ่งใดมากที่สุด
ก. ความสมดุลระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
ข. ความสมดุลระหว่างสินค้าต่างประเทศกับสินค้าไทย
ค. ความสมดุลระหว่างอุตสาหกรรมกับเกษตรกรรม
ง. ความสมดุลของความเจริญทางเทคโนโลยีกับ ภูมิปัญญาไทย
ตอบ ง. ความสมดุลของความเจริญทางเทคโนโลยีกับ ภูมิปัญญาไทย
2. จุดกำเนิดของแนวคิดทฤษฎีใหม่ของหลักการเศรษฐกิจพอเพียงเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดใด
ก. จังหวัดสระบุรี ข. จังหวัดเชียงใหม่
ค. จังหวัดกาฬสินธ์ ง. จังหวัดฉะเชิงเทรา
ตอบ ก. จังหวัดสระบุรี
3. สาเหตุใดจึงต้องมีการประกาศใช้เศรษฐกิจพอเพียง
ก. สินค้าเกษตรมีราคาสูง ข. เศรษฐกิจมีการขยายตัวสูงขึ้น
ค. ปริมาณสินค้าในการบริโภคมากเกินไป ง. เกิดภาวะขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค
ตอบ ก. สินค้าเกษตรมีราคาสูง
4. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกในปีพ.ศ. 2504 เป็นต้นมาไทยมีการเน้นหนักในการ พัฒนาในด้านใด
ก. การทหาร ข. การเกษตร
ค. อุตสาหกรรม ง. ด้านการบริการ
ตอบ ข. การเกษตร
5. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทยเน้นการพัฒนาในด้านใดเป็นสำคัญ
ก. เน้นการส่งออก ข. เน้นการออม
ค. โครงสร้างพื้นฐาน ง. เน้นการกระจายรายได้
ตอบ ข. เน้นการออม
6. ความอ่อนแอของเศรษฐกิจไทยมีสาเหตุมาจาก ปัจจัยในด้านใดมากที่สุด
ก. ความอ่อนแอทางวัฒนธรรม ข. การพึ่งพิงการส่งออกมากเกินไป
ค. การกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ ง. ความนิยมสินค้าจากต่างประเทศ
ตอบ ง. ความนิยมสินค้าจากต่างประเทศ
7. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หลักการพึ่งพอตนเองตาม แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง
ก. การพึ่งตนเองทางด้านสังคม ข. การพึ่งตนเองทางด้านจิตใจ
ค. การพึ่งตนเองทางด้านเศรษฐกิจ ง. การพึ่งตนเองทางด้านการเมืองการปกครอง
ตอบ ง. การพึ่งตนเองทางด้านการเมืองการปกครอง
8. แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมให้ประชาชน ดำเนินชีวิตในลักษณะใด
ก. ดำเนินชีวิตในลักษณะใด ข. ดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัด
ค. ดำเนินชีวิตทางสายกลางยึดความพอดี ง. ดำเนินชีวิตเพื่อสร้างความสะดวกสบายตนเอง
ตอบ ค. ดำเนินชีวิตทางสายกลางยึดความพอดี
9. หลักการใดไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง
ก. การพึ่งตนเองเป็นสำคัญ ข. การสร้างนิสัยนิยมไทย
ค. การบริการดินและน้ำอย่างเหมาะสม ง. การลงทุนขนาดใหญ่เพื่อการผลิตสินค้า
ตอบ ง. การลงทุนขนาดใหญ่เพื่อการผลิตสินค้า
10. ความพอเพียงทางเทคโนโลยีตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายว่าอย่างไร
ก. การใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสาน ข. การไม่ใช้เทคโนโลยีในการผลิต
ค. การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการผลิต ง. การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการผลิต
ตอบ ก. การใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสาน
11. ความพอเพียงด้านสังคมตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึงสิ่งใด
ก. สังคมเข้มแข็ง ข. สังคมมีหลากหลาย
ค. คนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี ง. คนในสังคมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร
ตอบ ค. คนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี
12. การสร้างความพอเพียงด้านจิตใจของประชาชนหน่วยทางสังคมใดที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการสร้างความพอเพียง
ก. ศาสนา ข. การปกครอง
ค. ทางการศึกษา ง. สถาบันครอบครัว
ตอบ ก. ศาสนา
13. คุณธรรมด้านใดที่มีความสำคัญกับหลักเศรษฐกิจ พอเพียงมากที่สุด
ก. เป็นคนมีศีลธรรม ข. มีความละอายต่อบาป
ค. เป็นผู้มีความโอบอ้อมอารี ง. มีความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร
ตอบ ง. มีความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร
14. แนวทฤษฎีใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรใดมากที่สุด
ก. มนุษย์ ข. ทรัพยากรน้ำ
ค. ทรัพยากรดิน ง. ทรัพยากรป่าไม้
ตอบ ค. ทรัพยากรดิน
15. ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริขององค์ ดำเนินชีวิตแบบใด
ก. ดำเนินชีวิตที่พอเพียง ข. ตามยถากรรม
ค. ดำเนินชีวิตตามปกติ ง. ดำเนินชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย
ตอบ ก. ดำเนินชีวิตที่พอเพียง
16. การทดลองเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ครั้งแรกที่จังหวัดใด
ก. จังหวัดกาฬสินธุ์ ข. จังหวัดฉะเชิงเซา
ค. จังหวัดสระบุรี ง. จังหวัดสุราษฎ์ธานี
ตอบ ค. จังหวัดสระบุรี
17. เนื้อที่ในการทำการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่จะต้องมีเนื้อที่ประมาณกี่ไร่
ก. ประมาณ 5 ไร่ ข. ประมาณ 10 ไร่
ค. ประมาณ 20 ไร่ ง. ประมาณ 30 ไร่
ตอบ ข. ประมาณ 10 ไร่
18. ทฤษฎีใหม่และการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียงมุ่งแก้ไขปัญหาในด้านใดในสังคมเป็นสำคัญ
ก. ความยากจน ข. ปัญหาการก่อการร้าย
ค. ปัญหาความขัดแย้งทางสังคม ง. ปัญหาความแตกแยกของประชาชน
ตอบ ก. ความยากจน
19. หลักการของทฤษฎีใหม่มีทั้งหมดจำนวนกี่ขั้น
ก. 2 ขั้น ข. 3 ขั้น
ค. 4 ขั้น ง. 5 ขั้น
ตอบ ข. 3 ขั้น
20. พื้นที่ส่วนที่ 2 ในทฤษฎีเน้นให้ประชาชนปลูกข้าวเพื่อวัตถุประสงค์ใด
ก. ไว้จำหน่ายในท้องถิ่น ข. แลกเปลี่ยนกับสินค้าชนิดอื่น
ค. เพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัว ง. เพื่อส่งไปยังต่างประเทศเพื่อจำหน่าย
ตอบ ค. เพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัว
21. ทฤษฎีใหม่ในขั้นที่ 2 เป็นการสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่ระดับใด
ก. ระดับบุคคล ข. ระดับครอบครัว
ค. ระดับสังคมหรือชุมชน ง. สร้างความเข้มแข็งให้กับญาติพี่น้อง
ตอบ ค. ระดับสังคมหรือชุมชน
22. การประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่สำหรับเศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้ผลการสภาพพื้นที่ภาคใดมากที่สุด
ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอีสาน ง. ภาคใต้
ตอบ ข. ภาคกลาง
23. ทฤษฎีใหม่กับหลักเศรษฐกิจพอเพียงต้องการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับใดมากที่สุด
ก. ประชาชนที่มีฐานะยากจน ข. ประชาชนที่มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย
ค. ประชาชนที่มีฐานะค่อนข้างยากจน ง. ประชาชนที่มีฐานะระดับปานกลาง
ตอบ ง. ประชาชนที่มีฐานะระดับปานกลาง
24. การสร้างความพอเพียงในการดำเนินชีวิตตามทฤษฎีใหม่ใครมีบทบาทมากที่สุด
ก. ผู้นำทางศาสนา ข. สถาบันการศึกษา
ค. ทุกคนในท้องถิ่น ง. ผู้นำท้องถิ่น
ตอบ ง. ผู้นำท้องถิ่น
25. เศรษฐกิจแบบฟองสบู่เริ่มปรากฏในประเทศไทยเมื่อใด
ก. ปี พ.ศ. 2537 ข. ปี พ.ศ. 2538
ค. ปี พ.ศ. 2539 ง. ปี พ.ศ. 2540
ตอบ ง. ปี พ.ศ. 2540
26. ปัญหาเศรษฐกิจแบบฟองสบู่ของไทยมีสาเหตุมาจากปัจจัยใดมากที่สุด
ก. การขยายตัวทางด้านเกษตรกรรม
ข. การขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรม
ค. การขยายตัวของการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ
ง. การขยายตัวทางด้านการลงทุนด้าน อสังหาริมทรัพย์
ตอบ ง. การขยายตัวทางด้านการลงทุนด้าน อสังหาริมทรัพย์
27. เศรษฐกิจแบบฟองสบู่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลชุดใด
ก. พลเอกสุจินดา คราประยูร ข. รัฐบาลชุด นายชวน หลีกภัย
ค. รัฐบาลชุด นายบรรหาร ศิลปอาชา ง. รัฐบาลชุด นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
ตอบ ข. รัฐบาลชุด นายชวน หลีกภัย
28. การประกาศลอยตัวค่าเงินบาทเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดใด
ก. นายสมชาย วงค์สวัสดิ์ ข. พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร
ค. พลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ ง. นายชวน หลีกภัย
ตอบ ค. พลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ
29. ก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจไทยรัฐบาลได้นำค่าเงินบาทไปผูกยึดติดกับค่าเงินของประเทศใด
ก. อังกฤษ ข. ฝรั่งเศส
ค. สหรัฐอเมริกา ง. แคนนาดา
ตอบ ค. สหรัฐอเมริกา
30. การแก้ปัญหาวิกฤติของไทยตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมให้ประชาชนหันมาประกอบอาชีพใด
ก. รับจ้าง ข. การทำการเกษตร
ค. การทำธุรกิจส่วนตัว ง. ลูกจ้างบริษัทเอกชน
ตอบ ข. การทำการเกษตร

1.ข้อใดไม่จัดว่าเป็นองค์ประกอบของรัฐ
ก. วุฒิสภาข.ศาลรัฐธรรมนูญ
ค.องค์การพัฒนาเอกชนง.คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตอบค.องค์การพัฒนาเอกชน


2.ข้อใดคือเกณฑ์ที่ใช้จำแนกรัฐออกเป็นรัฐเดี่ยวหรือรัฐรวมก.อาณาเขตของรัฐข.จำนวนประชากรภายในรัฐ
ค.จำนวนรัฐบาลภายในรัฐง.อำนาจอธิปไตยของรัฐ

ตอบค.จำนวนรัฐบาลภายในรัฐ


3.แนวคิดเรื่อง " โลกพระศรีอาริย์ " มีลักษณะสอดคล้องกับแนวคิดของชาติตะวันตกในเรื่องใดก.รัฐในอุดมคติข.รัฐสวัสดิการ
ค.เสรีนิยมง.สังคมนิยม
ตอบก.รัฐในอุดมคติ


4.ข้อใดคือระบอบการปกครองของอิตาลีสมัยมุสโสลินีเป็นผู้นำก.การปกครองระบอบเผด็จการอำนาจนิยม
ข.การปกครองระบอบเผด็จการทหาร
ค.การปกครองระบอบเผด็จการฟาสซิสต์
ง.การปกครองระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์
ตอบค.การปกครองระบอบเผด็จการฟาสซิสต์


5.รูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยใกล้เคียงกับประเทศใดมากที่สุดก.บรูไนข.สิงคโปร์
ค.ลาวง.เกาหลีใต้
ตอบ ข.สิงคโปร์


6.การปกครองที่ให้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการเป็นอิสระเพื่อถ่วงดุลกัน คือ การปกครองประชาธิปไตยแบบใดก.รัฐสภาข. กึ่งรัฐสภาค. ประธานาธิบดี ง. กึ่งประธานาธิบดีตอบค. ประธานาธิบดี

7.ข้อใดมีลักษณะของระบอบการเมืองการปกครองแบบเผด็จการน้อยที่สุดก. รัฐสังคมนิยม ข. ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชค. ลัทธิฟาสซิสต์ ง. ลัทธิคอมมิวนิสต์ตอบก.รัฐสังคมนิยม

8.ความสำเร็จของการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญข้อใดก.การมีรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการปกครองประเทศ
ข. การกำหนดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเหมาะสม
ค. การกำหนดขอบเขตอำนาจของสถาบันการเมืองที่รัดกุม
ง.การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ตอบ ง.การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างกว้างขวาง


9.ลักษณะเด่นของการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทยคือข้อใดก.รัฐสภาเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด
ข. รัฐสภาเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุด
ค.ประมุขของรัฐเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุดง. ประมุขของรัฐเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดตอบข. รัฐสภาเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุด


10.การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามีหลักการที่สำคัญตามข้อใดก.ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีมีส่วนร่วมกันใช้อำนาจบริหาร
ข. ประธานาธิบดีและรัฐสภาได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
ค. รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
ง. เป็นการใช้ระบบการแยกอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ
ตอบค. รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด


11.กิจกรรมใดเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก.การชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปิดบ่อนการพนันเสรี
ข. การร่วมกันซ่อมแซมสะพานที่ชำรุดจากการถูกน้ำท่วม
ค. การเข้าร่วมตักบาตรทำบุญหน้าที่ทำการอำเภอในวันขึ้นปีใหม่
ง.การแต่งกายด้วยผ้าไทยไปทำงานทุกวันตามนโยบายการอนุรักษ์วัฒนธรรม
ตอบก.การชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปิดบ่อนการพนันเสรี


12.ข้อความใดมีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดก.ไม่มีรัฐก็ไม่มีประชาชนข.ประชาชนคือรัฐ
ค. รัฐเพื่อประชาชน
ง. ประชาชนเพื่อรัฐตอบค. รัฐเพื่อประชาชน


13.ประเทศใดมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีก. ฝรั่งเศส ข.อินเดียค. เปรู ง. อินโดนีเซียตอบก. ฝรั่งเศส

14.ข้อใดเป็นการดำเนินการตามแบบประชาธิปไตยโดยตรงก.การออกเสียงลงประชามติ
ข. การให้ประชาชนเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี
ค. การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ง.การสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยตนเอง
ตอบก.การออกเสียงลงประชามติ


15.ระบบเศรษฐกิจการเมืองแบบใดเป็นการผสมผสานระหว่างระบบการเมืองแบบประชาธิปไตยกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมก.ทุนนิยมสมัยใหม่ ข. ทุนนิยมสวัสดิการค. ทุนนิยมดั้งเดิม ง.ทุนนิยมแบบผสมตอบค. ทุนนิยมดั้งเดิม

16.ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยของอังกฤษมีลักษณะเด่นตามข้อใดก.ให้อำนาจสูงสุดแก่รัฐสภา
ข.มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ค. พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
ง.ใช้ระบบสองสภาและมีพรรคการเมืองสองพรรคตอบก.ให้อำนาจสูงสุดแก่รัฐสภา


17.หลักความเสมอภาคให้ความสำคัญในเรื่องใดก.สิทธิและหน้าที่ของมนุษย์ ข.สิทธิและเสรีภาพของมนุษย์
ค. ศักดิ์ศรีและคุณค่าของมนุษย์
ง.การมีส่วนร่วมทางการเมือง
ตอบค. ศักดิ์ศรีและคุณค่าของมนุษย์


18.ปัจจัยใดแสดงความเป็นพลเมืองของรัฐได้ดีที่สุดก. เชื้อชาติ ข.วัฒนธรรม
ค.สิทธิและหน้าที่
ง.ภาษาประจำชาติตอบค.สิทธิและหน้าที่


19.เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับพุทธศักราช 2540 กำหนดให้มีองค์กรอิสระเพื่อวัตถุประสงค์สำคัญในข้อใดก.เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล ข.เป็นที่ปรึกษาของรัฐสภาค. เป็นตัวแทนของประชาชน ง.เป็นผู้ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตอบง.เป็นผู้ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

20.รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสมาชิกวุฒิสภาไว้อย่างไรก. มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 200 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี
ข. มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 4
ปี
ค.มาจากการเลือกตั้ง จำนวน
100 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี
ง.มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 200 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีตอบก. มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 200 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบปัญหาในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ
11.การที่ท่านตั้งใจจะเป็นตำรวจท่านควรจะต้องเสียสละในเรื่องใดต่อไปนี้

มากที่สุด

1.สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ

2.สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต

3.ความอดทน

4.การพบปะสมณะ

12.ตามหลักพุทธศาสนาสิ่งทั้งปวงในโลกย่อมมีสามัญลักษณะเป็น3เรียกว่า

ไตรลักษณ์ได้แก่อะไร

1.สุขเวทนาทุกเวทนาอทุกขมสุขเวทนา

2.เวทนาสัญญาสังขาร

3.วิญญาณกุศลอกุศล

4.อนิจจังทุกขังอนัตตตา

13.ตามหลักพุทธศาสนาเหตุให้เกิดทุกข์คืออะไร

1.ตัณหา3ได้แก่กามตัณหาภวตัณหาและวิภวตัณหา

2.กิเลส2คือกิเลสกามและวัตถุกาม

3.ขันธ์3คือเวทนาสัญญาและสังขาร

4.มิจฉาทิฏฐิพยาบาทและอกุศลกรรม

14.ศีลที่คริสต์ชนถือปฏิบัติเพื่อเป็นเครื่องระลึกว่าพระเยซูเสด็จกลับมาอีก

ได้แก่ศีลอะไร

1.ศีลมหาสนิท

2.ศีลแก้บาปหรืออภัยบาป

3.ศีลล้างบาป

4.ศีลบรรพชาหรือศีลบวช

15.ธรรมกลุ่มใดที่ไม่ใช่ธรรมของผู้นำ

1.ทานศีลบริจาค

2.มัทวะตบะอักโกธะ

3.อาชวะอวิโรธนะขันติ

4.สมณทัสสนะโสวจตัสสตาคารวะ


16.หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นอกาลิโกหมายความว่าอย่างไร

1.หลักธรรมเป็นสิ่งซึ่งพระพุทธเจ้าค้นพบและเผยแผ่

2.หลักธรรมจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อมีการค้นพบ

3.หลักธรรมจะเป็นจริงตลอดกาล

4.หลักธรรมเป็นสิ่งเดียวกับพุทธพจน์ที่ว่า“ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา

17.ลักษณะใดถือว่าเป็นความกตัญญู

1.สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

2.ช่วยรักษาความสะอาดแก่แผ่นดิน

3.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ

4.หาทางแก้ไขเมื่อเห็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง

18.ตำรวจเป็นผู้ที่มีอำนาจและเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดจึงมีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้อำนาจหน้าที่หลักในกุศลธรรมบท10ข้อใดป้องกันการกระทำผิดข้างต้นได้ดีที่สุด

1.เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ให้

2.เว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่นและฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

3.เว้นจากการพยาบาทของเวรและทำร้ายผู้อื่น

4.เว้นจากการละโมบอยากได้ของผู้อื่นโดยวิธีทุจริต

19.ต่อไปนี้เป็นมูลเหตุของกำเนิดศาสนายกเว้นข้อใด

1.ความต้องการความอบอุ่นทางจิตใจ

2.ความต้องการความรู้แจ้งในหลักความจริงของชีวิต

3.ความต้องการทางสังคมที่จะกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์

4.ความต้องการขยายกลุ่มสังคมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

20.ประชาชนขาดธรรมข้อใดที่ทำให้ภาระการปฏิบัติหน้าที่ของ

ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพิ่มมากที่สุด

1.สัมมาวาจา

2.สัมมาสมาธิ

3.สัมมาอาชีวะ

4.สัมมาวายามะ

21.“ท่านไม่สามารถลงอาบน้ำในแม่น้ำสายเดียวกันได้ถึงสองครั้ง”คำกล่าวนี้

แสดงให้เห็นถึงลักษณะใดแห่งความจริงในพระพุทธศาสนา

1.อนัตตลักษณะ

2.ทุกขลักษณะ

3.สามัญลักษณะ

4.อนิจจลักษณะ

22.สังคมไทยนิยมเลี้ยงดูบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ที่แก่ชราแล้วด้วยตนเอง

ไม่ว่าจะมีฐานะร่ำรวยหรือยากจนเป็นเพราะเหตุใด

1.ความรับผิดชอบต่อครอบครัว

2.ความรู้สึกสำนึกในคุณธรรม

3.อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออก

4.ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย

23.ข้อใดที่แสดงถึงความหมายของคุณธรรมที่พัฒนาบุคลิกภาพ

1.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักมีวินัย

2.พ่อแม่สอนให้ลูกมีความซื่อสัตย์สุจริต

3.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตนรับฟังความคิดเห็นของ

ผู้ใหญ่

4.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้ถ้าไม่มีที่ทิ้งให้เผาหรื

ฝังให้เป็นที่เรียบร้อย

24.“การกระทำความชั่วการทำแต่ความดีการชำระจิตใจให้ผ่องใส”ตรง

กับหลักคำสอนในข้อใด

1.ทานศีลภาวนา

2.ศีลสมาธิปัญญา

3.อโลภะอโทสะอโมหะ

4.กายกรรมวจีกรรมมโนกรรม


25.จริยธรรมข้อใดที่บุคคลไม่ปฏิบัติตามแล้วมีผลเสียหายต่อสังคมมากที่สุด

1.สติสัมปชัญญธรรม

2.กตัญญูกตเวทิตาธรรม

3.หิริโอตตัปปธรรม

4.อัปปมาทธรรม

26.เหตุผลข้อใดสำคัญที่สุดในการก่อให้เกิดศาสนา

1.ความกลัว

2.ความไม่รู้

3.สภาพทางภูมิศาสตร์

4.อิทธิพลของบุคคลสำคัญ

27.ในการพัฒนาบุคลิกภาพและสังคมตามหลักจริยธรรมกุศลกรรมบถ10นั้น

ข้อใดเป็นผลโดยตรง

1.บุคลิกภาพสุขุมรอบคอบ

2.น่าเคารพนับถือ

3.คิดดีพูดดีทำดี

4.สุขกายสบายใจ

28.มูลเหตุการเกิดศาสนาที่สำคัญที่สุดคือข้อใด

1.อวิชชา

2.ความกลัว

3.ความจงรักภักดี

4.อิทธิพลของผู้นำ

29.ความหมายสำคัญของกางเขนในศาสนาคริสต์คืออะไร

1.ศรัทธาที่แรงกล้าในศาสนา

2.ความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนบ้าน

3.ความ เป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัด

4.การป้องกันอันตรายรบกวนจากปีศาจ

30.ในทางจริยศาสตร์มโนธรรมหมายถึงข้อใด

1.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับจากหลักศีลธรรม

2.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากประสบการณ์

3.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากจิตสำนึก

4.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากสังคม


วิชากฎหมายที่ประชาชนควรทราบ

1. ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
1. สมชัยไปแจ้งเกิดที่อำเภอหลังคลอดโดยรีบด่วน
2. สมหมายไปแจ้งความที่โรงพักเพราะถูกทำร้ายร่างกาย
3. สมบูรณ์ไปแจ้งอำเภอหลังจากนายจ้อยตายแล้ว 2 วัน
4. สมชายพาลั่นทมไปจดทะเบียนสมรสหลังแต่งงาน 1 ปี
2. กฎหมายเอกชน คือข้อใด
1. กฎหมายแพ่ง – พาณิชย์
2. กฎหมายปกครอง
3. กฎหมายรัฐธรรมนูญ
4. กฎหมายอาญา
3. กลุ่มบุคคลคณะใดเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์
1. คณะรัฐมนตรี
2. องคมนตรี
3. รัฐสภา
4. ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
4. มักมีการกล่าวอยู่เสมอว่า “กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์”ข้อใดสนับสนุนคำกล่าวนี้
1. ประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
2. ผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
3. ผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความเที่ยงธรรม
4. ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายใหม่บางมาตรา
5. บุคคลใดไม่ใช่ผู้เกี่ยงข้องในกระบวนการยุติธรรมโดยตรง
1. ตำรวจ
2. พนักงานอัยการ
3. ศาลและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์
4. เจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

6. ข้อใดสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า “กฎหมายต้องมาจากรัฏฐาธิปัตย์”
1. รัฐต้องบัญญัติกฎหมายไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
2. ประชาชนเป็นผู้ตรากฎหมายโดยตรง
3. พระมหากษัตริย์ทรงตรากฎหมายขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
4. รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ
7. ตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันประธานรัฐสภา คือ
1. วุฒิสมาชิกผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
2. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งซึ่งมาจากพรรคการเมืองที่ได้รับการ
เลือกตั้งขึ้นมามีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร
4. ประธานวุฒิสภา
8. ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางถือเป็นศาลประเภทใด
1. ศาลชั้นต้น
2. ศาลอุทธรณ์
3. ศาลฎีกา
4. ศาลทหาร
9. กรณีซึ่งกฎหมายยกเว้นโทษให้เป็นกรณีซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าเป็นการ
กระทำความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ คือ
1. เด็กอายุกว่า 7 ปี แต่ยังไม่เกิน 14 ปี กระทำการอันกฎหมาย
บัญญัติเป็นความผิด
2. ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
3. การกระทำผิดโดยประมาท
4. การกระทำผิดด้วยความจำเป็น เพราะอยู่ในที่บังคับหรือภายใต้
อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้


10. หนี้อาจระงับไปด้วยเหตุดังนี้
1. เจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้
2. ลูกหนี้ตาย
3. ลูกหนี้ทำสัญญายอมตาย
4. ลูกหนี้ล้มละลาย
11. กฎหมายเมื่อบัญญัติออกมาแล้วไม่ได้ใช้นานๆ มีผลดังนี้
1. เสียไปไม่ได้ผล
2. ต้องแก้ไขเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้
3. ยังใช้บังคับได้อยู่เสมอ
4. อาจจะใช้ได้ถ้าประชาชนยอมรับ
12. องค์ประกอบของการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์มีดังนี้
1. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยทุจริต
2. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นโดยเจ้าของขาดความระมัดระวัง
3. เอาไป โดยฉกฉวยขณะที่เจ้าของทรัพย์ขาดความระมัดระวัง
4. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยเจตนา
13. ในระหว่างที่บ้านเมืองเกิดการจลาจล และรัฐบาลต้องประกาศกฎอัยการศึก
ผู้ใดกระทำความผิดในคดีอาญา อุกฉกรรจ์ จะต้องขึ้นศาลทหาร ซึ่งมีผล
อย่างไร
1. การตัดสินรวดเร็วแบบทหาร
2. ผู้พิพากษาเป็นเจ้ากรมพระธรรมนูญทหาร
3. โทษรุนแรงกว่าในเวลาปกติสองเท่า
4. ไม่มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ฎีกาเหมือนเวลาปกติ
14. สิทธิหรือการกระทำข้อใด ที่บุคคลธรรมดามีได้ แต่นิติบุคคลไม่อาจมีได้
หรือไม่อาจกระทำได้
1. การเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
2. การเป็นทายาทโดยธรรม
3. การทำนิติกรรมสัญญา
4. การกระทำความผิดอาญา

15. นายทองดีไปทำงานต่างจังหวัดแล้วหายสาบสูญเป็นเวลานานเกินกว่ากี่ปี ทาง
ฝ่ายภรรยาจึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้อง
1. 3 ปี 3. 10 ปี
2. 5 ปี 4. 15 ปี
16. กฎหมายอาญาและกำหมายแพ่งมีข้อแตกต่างที่สำคัญในเรื่องความเคร่งครัดใน
1. การเสนอร่างกฎหมาย
2. การตีความกฎหมาย
3. การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย
4. การประกาศใช้
17. “บุคคลย่อมเสมอภาคภายใต้กฎหมาย” หมายความว่าอย่างไร
1. กฎหมายใช้บังคับได้กับทุกคน
2. บุคคลที่อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันย่อมได้รับประโยชน์หรือ
ได้รับโทษ เช่นเดียวกัน
3. บุคคลมีสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ ได้ตามใจสมัครเสมอเท่าเทียมกัน
4. ไม่มีบุคคลใดมีอำนาจเหนือกฎหมาย
18. นาย ก. ยืมเงินนาย ข. เป็นเงิน 60 บาท โดยมิได้ทำสัญญากู้กันไว้ นาย ก. ไม่คืนเงินยืมเมื่อถึงกำหนด
1. นาย ข. ต้องติดตามทวงเงินคืนจาก นาย ก. เอง
2. นาย ข. ต้องร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่ง นาย ก. คืนเงินให้ นาย
ข.
3. นาย ข. ต้องจ้างทนายความให้ช่วยทวงเงินคืนจาก นาย ก.
4. นาย ข. จะฟ้องร้องต่อศาลให้บังคับคดีไม่ได้
19. การออกกฎกระทรวง กรณีใดถูกต้อง
1. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
2. ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
3. ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
4. ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกา

20. ผู้ใดมียาเสพย์ติดให้โทษประเภทเฮโรอีน ไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นั้นต้องระวางโทษ
สถานใด
1. ประหารชีวิต
2. จำคุกตลอดชีวิต
3. จำคุก 20 ปี
4. ทั้งจำทั้งปรับ
วิชาจริยธรรม



1.ความสุขของมนุษย์คือข้อใด

1.ความร่ำรวย

2.มีบริวารคอยรับใช้

3.ความหลุดพ้นจากกิเลส

4.การบริจาคทรัพย์

2.จิตจะมีพลังอำนาจสูงเมื่อใด

1.จิตฟุ้งซ่าน

2.เมื่อจิตถูกบีบคั้น

3.เมื่อจิตใจสบาย

4.เมื่อควบคุมจิตได้

3.วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันใดที่มีสาระสำคัญเน้นหลักเกี่ยวกับเรื่อง

“ความรักและสันติ[fo”

1.วันวิสาขบูชา

2.วันมาฆบูชา

3.วันอาสาฬหบูชา

4.วันเข้าพรรษา

4.คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นต้องแก้ด้วยจริยธรรมในข้อใด

1.เมตตา

2.กรุณา

3.เสียสละ

4.มีวินัย

5.การควบคุมตัวเองให้เสมอต้นเสมอปลายควรยึดจริยธรรมในข้อใดเป็น

หลักปฏิบัติ

1.มีวินัย3.ซื่อสัตย์สุจริต

2.กตัญญูกตเวที4.ความรับผิดชอบ

6.ข้อใดเป็นหลักธรรมคล้องกันทุกศาสนา

1.ห้ามฆ่าสัตว์

2.ห้ามลักทรัพย์ผู้อื่น

3.ห้ามรับประทานอาหารก่อนดวงอาทิตย์ตก

4.ห้ามชายแต่งงานกับหญิงเกิน1คน

7.หมวดธรรมใดที่มีชื่อว่า“โลกบาล

1.ขันติ –โสรัจจะ

2.หิริ –โอตัปปะ

3.ฉันทะ –วิริยะ

4.เมตตา –กรุณา

8.การกระทำในข้อใดตรงกับหลักธรรมข้อจาคะที่แท้จริง

1.ฉวีให้เงินเพื่อนไปเล่นการพนัน

2.สมรเอาบุหรี่มาแจกให้เพื่อน

3.สุธีแบ่งอาหารให้เด็กยากจนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

4.ศรีสุดาให้ของขวัญเพื่อนและคิดว่าเพื่อนต้องให้ตนบ้าง

9.ทำไมจึงกล่าวว่า “การได้เห็นสมณะเป็นมงคลอันอุดม

1.เพราะได้เห็นผู้มีบุญทำให้ใจสบาย

2.เพราะจะได้ฝึกสมาธิจากท่าน

3.เพราะได้รับคำสั่งสอนจากท่าน

4.เพราะจะได้วัตถุมงคลของดีจากท่าน

10.“มหาสมุทรที่กว้างใหญ่แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าห้วยหนองคลองบึง

คำกล่าวข้างต้นนี้มีความหมายใกล้เคียงกับมงคลสูตรข้อใด

1.ความอ่อนน้อมถ่อมตน

2.ความเป็นผู้ว่าง่าย

3.ความอดทน

4.การพบปะสมณะ

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้